Gclub แฉคลิปกระบะไล่ชนหมา สงสัยเป็นลุงที่เคยชนหมา หน้าตลาดแก่งคอย

จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 บนโลกโซเชียลได้แชร์คลิปที่ นายสูงสรร คุณลุงวัย 70 ปี ขับรถกระบะสีขาว ยี่ห้อมิตซูบิชิ มาด้วยความเร็วและทับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ชื่อ เจ๊าะแจ๊ะ อายุ 2 ปี ตายบริเวณหน้าตลาดใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยสุนัขตัวดังกล่าวเป็นของ น.ส.รินรดา อายุ 33 ปี แม่ค้าขายผลไม้

Gclub

จากนั้นเจ้าของสุนัขได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ นายสูงสรร ซึ่งตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาทารุณกรรมสัตว์ตามพระราชบัญญัติ ปี 2557

และต่อมาวันที่ 6 กรกฎาคม ทางแฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ออกมาแฉอีกรอบ โดยได้โพสต์คลิปวิดีโอวงจรปิดที่บอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 ในคลิปจะเป็นรถกระบะขับมาทับสุนัขที่นอนกลางถนน โดยรถกระบะคันดังกล่าวเหมือนกับกระบะที่ขับทับน้องเจ๊าะแจ๊ะ สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่เป็นข่าวอยู่ด้วย

ล่าสุดวันนี้ (29 ก.ย.) มีคนร้องเรียนผ่าน “ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” เกี่ยวกับคนขับรถชนสุนัข โดยระบุข้อความว่า “ลุงขับรถชนสุนัขไซบีเรียนคนเดียวกัน รถเขาครับ เขาใช้รถอยู่ 2 คัน ชนที่หน้าโรงงานคูลเลอร์ ถนนสุดบรรทัด ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เส้นทางที่ลุงแกไปในตลาดแก่งคอย แกจะไปทุกวัน หลัง 2 ทุ่ม เจ้าของสุนัขตามมาที่รถ ซึ่งจอดอยู่ข้างบ้านผม โชคดีสุนัขไม่ตาย คดีเก่าที่เหยียบไซบีเรียนก็ยังอยู่ในศาล”

ขณะเดียวกันก็มีภาพจากกล้องวงจรปิดอันใหม่ล่าสุด ซึ่งในคลิประบุวันที่ 25 กันยายน 2560 เวลา 21.38 น.
ในภาพจะเห็นว่าสุนัขตัวนี้นอนอยู่เฉยๆ บนถนนริมฟุตปาธ แต่จู่ๆ ก็มีรถกระบะขับจากเลนกลางถนน และเบี่ยงเข้ามาทางฟุตบาธด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งตรงมาทางที่สุนัขที่นอนอยู่และชนเข้าเต็มๆ แต่โชคดีที่สุนัขตัวนี้ได้ลุกวิ่งก่อนรถจะถึงตัวเพียงไม่กี่วินาที เลยทำให้ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น

Gclub แจกโบนัสฟรี 100% Gclub Royal มิติใหม่ แห่งการเล่นพนันออนไลน์ Gclub ผ่านเว็บ ผ่านมือถือ บริการฝาก-ถอน เล่น จีคลับ คาสิโนออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มามะมาจอยกันๆ

จากภาพตามคลิปเหมือนกับว่ารถกระบะคันนี้จงใจพุ่งชนสุนัขที่นอนอยู่ พอชนเสร็จก็เหมือนกับว่าจะตามไปซ้ำอีก ต่อมามีเอกสารระบุชื่อผู้ครอบครองรถคันที่ชนสุนัขล่าสุด ระบุชื่อคือ “สุพร” ซึ่งนามสกุลของ นายสุพร เป็นนามสกุลเดียวกับ ลุงสูงสรร ที่ขับรถกระบะชนสุนัข แต่เป็นรถกระบะอีกคันด้วย

โดยรถคันที่ก่อเหตุล่าสุดได้จอดไว้บริเวณหน้าบ้านของ “นายสูงสรร” ลุงขับรถกระบะที่ชนสุนัขด้วย หากย้อนกลับไปในข้อความที่มีคนแจ้งกับ “ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” เข้ามา แล้วระบุว่า “เขาใช้รถอยู่ 2 คัน” นั่นหมายความว่า คนขับรถไล่ชนสุนัขคือคนคนเดียวกันหรือไม่


​ครอบครัววอนรัฐบาล ช่วย ‘วรรณา’ และลูก พ้นคุกตุรกี

ครอบครัววรรณาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับเหตุเอี่ยวแก๊งระเบิดราชประสงค์เมื่อ 2 ปีก่อน ร้องสื่อขอให้รัฐบาลไทยเห็นใจนำตัวน้องสาวและลูกน้อยที่เกิดในห้องขังใน ตม.ประเทศตุรกี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยหลังจากถูกกักตัวนานGclub

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (30 ก.ย.) ที่บ้านของครอบครัว นางวรรณา สวนสัน หรือ นางไมซาเราะห์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดพังงา อยู่ในพื้นที่ ม. 6 บ้านห้วยทรัพย์ ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหา และ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู ชาวตุรกี สามีนางวรรณา ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันมียุทธภัณฑ์ และครอบครองวัตถุระเบิดฯบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.58 หลังจากเดินทางไปยังประเทศตุรกีก่อนเกิดเหตุระเบิด โดยการสืบสวนสอบสวนพบว่านางวรรณา เกี่ยวข้องในการเปิดห้องพัก และเช่าบ้านให้กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพื่อนของสามี

ล่าสุด นางรู้เกี้บ สวนสัน มารดา และนางเอมอร สวนสัน พี่สาว พร้อมครอบครัวได้ร้องของความเป็นธรรมให้ทางรัฐบาลไทยเข้าช่วยเหลือครอบครับของ นางวรรณา สวนสัน ผู้ต้องหาในคดีระเบิดราชประสงค์ ก่อนจะถูกจับตัวพร้อมสามีที่ ตม.ตุรกี พร้อมถูกยึดพาสปอร์ตห้ามเดินทางออกนอกประเทศตุรกี และถูกคุมขังไว้ที่ ตม.ตุรกี เป็นเวลากว่า 2 ปี

จนทำให้ทางญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพังงา เกิดความกังวลใจและสงสารหลานอีก 2 คน ที่เกิดในห้องขังต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก จึงต้องการให้ทางรัฐบาลไทยเข้าช่วยเหลือนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางญาติๆ ได้มีการทำหนังสือไปถึงทางสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อของให้ทางรัฐบาลขอตัวนางวรรณา สวนสัน กลับมาที่ประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงฝากสื่อให้ช่วยเหลือ

นางเอมอร สวนสัน พี่สาว กล่าวว่า น้องสาวถูกออกหมายจับในคดีระเบิดเหตุราชประสงค์ เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นน้องสาวของตนเองได้ไปเช่าโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯและมีการเช็คเอาท์ออกไปก่อนหน้าแล้ว 2 เดือนกว่า ก่อนจะมีเหตุการณ์วางระเบิด และมีคนไปเช่าห้องที่น้องสาวพักอาศัยอยู่ต่อ

จึงอยากจะฝากถึงทางรัฐบาลไทยและสื่อมวลชน ช่วยนำเสนอเพื่อขอตัวน้องสาวกลับมายังประเทศไทย เพราะอยู่ที่ประเทศตุรกีถูกกักขังในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองซึ่งตนเองเคยได้ติดต่อกับน้องสาวที่ถูกคุมขังอยู่ประเทศตุรกี เขาอยากกลับมาประเทศไทยเพื่อมาพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวได้ทำหนังสือให้ทางสำนักนายกฯรัฐมนตรีช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย

ขอบคุณที่มาของภาพ: S NEWS!


Gclub ลือสุดสะพรึง! อาถรรพ์ไม้ฝาโลงเอามาทำบ้าน คร่าชีวิตเกือบยกครัว

อาถรรพ์เอาไม้ฝาโลงศพมาทำบ้าน คร่าชีวิตคนในครอบครัวไปแล้วแทบยกครัว ล่าสุดหนุ่มวัย 36 ผูกคอตายที่สวนหลังบ้านไปอีกราย

วันนี้ (29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.มานพ สุนทรารักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณสวนหลังบ้านแห่งหนึ่งใน อ.รัตนบุรี จึงเขาตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี และหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ รีบไปยังที่เกิดเหตุ

Gclub

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ที่สวนหลังบ้าน พบร่างของผู้ตายผูกคอห้อยอยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ สูงจากพื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกกับกิ่งไม้ ตามร่างกายมีมดแดงรุมกัดเต็มไปทั่ว คาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง ทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญเหลือ อายุ 36 ปี ชาว จ.สุรินทร์ อาชีพรับจ้างทั่วไป

นางพิมพ์ ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ก่อนที่จะพบศพนายบุญเหลือ ตนกำลังเข้าไปหามันและสาคูที่สวนหลังบ้าน เพื่อที่จะเอาไปต้มกิน ก็ได้เหลือบไปเห็นร่างของนายบุญเหลือ ผู้เป็นหลาน อยู่บนต้นไม้ ตอนแรกก็คิดว่านายบุญเหลือจะขึ้นต้นไม้ไปเก็บเอามะพร้าว ตนจึงได้ตะโกนเรียกและพยายามจะดึงขาให้ลงมา แต่พอมองขึ้นไปบนต้นไม้ชัดๆ อีกที ก็กลับกลายเป็นว่านายบุญเหลือได้ผูกคอตายไปแล้ว จึงได้รีบมาบอกญาติพี่น้องให้มาดู ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าตำรวจให้ทราบ

พี่สาวของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนติดเหล้าและประสาทไม่ค่อยดี เมื่อวานนี้ก่อนเกิดเหตุ นายบุญเหลือได้มาขอเงินกับตน เพื่อที่จะเอาไปซื้อเหล้ากิน แต่ตนบอกว่าวันนี้ไม่มีเงินแต่ก็จะพยายามหามาให้ เพราะรู้ว่าน้องชายของตนเป็นคนที่ขาดเหล้าไม่ได้ พอวันไหนไม่ได้กินเหล้าก็มักจะบ่นว่าอยากจะผูกคอตายทุกครั้งไป ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน แต่โชคดีที่มีคนมาพบเสียก่อนแล้วก็ช่วยเหลือได้ทัน แต่ในครั้งนี้ไม่มีคนพบ จึงทำให้นายบุญเหลือผูกคอตายได้สำเร็จ

แต่จากเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันกล่าวขานถึงเรื่องราวอาถรรพ์ของบ้านหลังนี้กันเป็นอย่างมาก เนื่องจากบ้านหลังนี้เดิมมีสมาชิกในครอบครัวอยู่จำนวน 6 คน เริ่มจากผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตไป จากนั้นพี่ชายคนโตและน้องคนเล็กสุด ก็ได้มาเสียชีวิตตามไปอีก 2 คน

จนกระทั่งมาถึงนายบุญเหลือเป็นคนที่ 4 ซึ่งระยะเวลาเกิดเหตุก็ไม่ห่างกันมากนัก จึงเชื่อกันว่าน่าจะเกิดจากอาถรรพ์ของไม้จูงโลง หรือไม้ที่ใช้ทำฝาโลงศพ ที่ครอบครัวนี้ได้นำมาทำเป็นฝาบ้านเมื่อตอนสร้างบ้านใหม่ๆ

ในตอนนั้นก็ได้มีชาวบ้านและผู้รู้ต่างก็ได้ทักท้วงแล้วว่าไม่ดี แต่ครอบครัวนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ที่สมาชิกในครอบครัวนี้ ได้เสียชีวิตไปทีละคน จึงทำให้หลายคนโดยเฉพาะญาติๆ ของครอบครัวนี้เริ่มคิดวิตกกังวลกัน และจะได้หารือกันเพื่อที่จะทำการรื้อบ้านหลังดังกล่าวนี้ทิ้งภายหลังจากเสร็จงานศพของนายบุญเหลือ และจะได้ทำบุญใหญ่ให้กับบ้านหลังนี้ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุอาถรรพ์กับครอบครัวนี้อีกต่อไป

ขณะที่ครอบครัวนี้จึงเหลือเพียง 2 คน คือ พ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตและพี่สาว ซึ่งทั้งสองได้ย้ายออกมาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งนานแล้ว


Gclub นุงนังลอตเตอรี่ 12 ล้าน ! หนุ่มทำหายชี้พิรุธหลายอย่าง ตร.จี้ 1 สัปดาห์รู้ผล

คดีลอตเตอรี่เจ้าปัญหา 12 ล้านที่บุรีรัมย์ยังวุ่น ต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐาน แต่หนุ่มที่แจ้งความถูกขโมยลอตเตอรี่ยังมั่นใจพยานหลักฐานของตัวเอง แม้สองสามีภรรยาชาวร้อยเอ็ดที่นำสลากไปขึ้นเงินจะโชว์รูปถ่ายลอตเตอรี่ที่อ้างถูกรางวัล 18 ล้านมายืนยัน ตร. แต่ส่อพิรุธหลายอย่าง ด้าน จนท.ขอเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล

Gclub

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ย. 60) จากกรณีที่ นายพันธุ์ศักดิ์ อายุ 31 ปี หนุ่มชาว ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ถูกขโมยลอตเตอรี่ที่ตนเองถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 60 หมายเลข 715431 จำนวน 2 คู่ เป็นเงิน 12 ล้านบาท

กระทั่งต่อมาทราบว่ามีคนนำลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวไปขึ้นเงินแล้วเมื่อวันที่ 23 – 24 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นสองสามีภรรยาชาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ยังส่อเค้าวุ่น เมื่อต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐานออกมายืนยันว่าตัวเองเป็นคนถูกลอตเตอรี่ชุดดังกล่าว

โดยเฉพาะเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (28 ก.ย. 60) ที่นายวิทยา และนางขวัญศิริ สองสามีภรรยาชาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อว่าเป็นบุคคลที่นำลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลไปขึ้นเงิน ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง พร้อมทั้งมีการนำรูปถ่ายลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 60 มาเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ตนเองเป็นผู้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ส.ค. 60 หมายเลข 715431 และถูกจำนวน 3 คู่เป็นเงิน 18 ล้านบาท ไม่ใช่ 2 คู่ 12 ล้านบาท

อีกทั้งพ่อค้าที่ขายลอตเตอรี่ยังออกมายืนยันว่า ได้ขายลอตเตอรี่ให้กับทั้ง 2 คน แต่จำไม่ได้ว่าใครซื้อเลขอะไรไป ยิ่งสร้างความสับสนให้กับสังคมและผู้ที่ติดตามข่าวสารดังกล่าวว่าใครพูดจริง ใครโกหกกันแน่

ขณะที่ นายพันธุ์ศักดิ์ หนุ่มว่าที่เศรษฐีที่แจ้งความว่าถูกขโมยลอตเตอรี่ 12 ล้าน พร้อมครอบครัว ก็ยังคงมั่นใจในพยานหลักฐาน และการทำหน้าที่ของตำรวจ ถึงแม้สองสามีภรรยาจะนำรูปถ่ายที่อ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 ชุดเดียวกันมายืนยันกับตำรวจก็ตาม แต่ยังเชื่อว่าความจริงก็คือความจริง

ประกอบกับพบความผิดปกติและพิรุธหลายอย่าง อาทิ รูปถ่ายลอตเตอรี่ที่นำมายืนยัน ทำไมจึงถ่ายเก็บไว้แค่ 2 คู่ คือชุดที่ 31, 32 และชุดที่ 57, 58 แล้วทำไมอีกคู่จึงไม่ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน แต่ชุดที่ตนเองแจ้งว่าถูกขโมยเป็นชุดที่ 31, 32 และชุดที่ 37, 38

 

ประกอบกับหลักฐานจากกองสลากฯ ก็ระบุเพียงว่ามีการไปขึ้นเงิน 2 คู่ แล้วอีก 1 คู่ใครไปขึ้นเงิน จึงอยากให้มีการตรวจสอบกับทางกองสลากฯ อีกครั้ง ว่าลอตเตอรี่ชุดที่ 57, 58 ที่สองสามีภรรยาระบุว่าถูกรางวัลที่ 1 นั้น ได้ไปขึ้นเงินจริงหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้นที่ทำให้รู้สึกคาใจคือ ทำไมสามีภรรยาจึงเดินทางไปขึ้นเงินที่กองสลากคนละวัน และที่สำคัญหากถูกลอตเตอรี่ถึง 3 คู่ ซึ่งมียอดเงินรางวัลสูงถึง 18 ล้านบาท ทำไมจึงไม่ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งผิดวิสัยของคนที่ถูกรางวัลยอดเงินจำนวนมาก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดทำคดีให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว

ขณะที่ นายสิทธิ์พิทักษ์ ชาวบ้าน ต.เมืองยาง อ.ชำนิ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้รู้จักกับนายพันธุ์ศักดิ์ และครอบครัวเป็นการส่วนตัว และไม่ได้รู้จักกับสองสามีภรรยาที่นำสลากไปขึ้นเงิน แต่ที่มาเป็นพยานให้กับนายพันธุ์ศักดิ์ เนื่องจากวันที่ตนเองไปทำธุระที่ สภ.นางรอง แล้วบังเอิญเจอกับนายพันธุ์ศักดิ์ กับครอบครัว และคนขายลอตเตอรี่ ที่มาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพัก

จึงสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งได้พูดคุยกับคนขาย ซึ่งก็ยังยืนยันว่านายพันธุ์ศักดิ์ ซื้อลอตเตอรี่กับเขาแล้วถูกรางวัลที่ 1 จริง แต่หลังจากนั้นได้ติดตามข่าวพบว่ามีสองสามีเป็นผู้ไปขึ้นเงินที่กองสลาก และพ่อค้าที่ขายก็กลับคำพูดอ้างจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนซื้อและถูกรางวัลกันแน่ ซึ่งตนเห็นว่าน่าจะมีเงื่อนงำและความผิดปกติ

จึงมาแสดงตัวเป็นพยานว่าคนขายเคยมาให้การยืนยันว่านายพันธุ์ศักดิ์ ถูกลอตเตอรี่ เพราะมองว่าไม่มีความเป็นธรรม

ด้าน พนักงานสอบสวนก็อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหาย ผู้ที่ถูกพาดพิงถึง และพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 10 ปาก คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนเสนอผู้บังคับบัญชา และส่งอัยการพิจารณาตามกระบวนการขั้นตอนได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์


Gclub สาวเตือนภัย ถูกหนุ่มเมาไถบุหรี่-จะทำร้าย หน้าห้างดัง

(29 ก.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊ก Pitcha P. Choo ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้ 5 แยกลาดพร้าว โดยเป็นเหตุการณ์ชายที่มีลักษณะอาการมึนเมา พยายามหาเรื่องแฟนหนุ่มชาวต่างชาติของเธอ

Gclub

โดยคุณ Pitcha P. Choo ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มเกิดจากชายที่มีอาการมึนเมาเดินเข้ามาไถบุหรี่แฟนเธอ แต่พอไม่ให้ กลับไม่ยอมให้เดินไปและพยายามโวยวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ.มา ก็บอกว่าไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวอ้าง

“ดูหนังรอบดึก ออกมากำลังจะไปขึ้นแท็กซี่ ไอ้นี่ พุ่งเข้ามาไถบุหรี่แฟน พอแฟนนี่ไม่ให้ ก็ไม่ยอมให้พวกเราไป พอนี่บอกให้มันหยุด มันพุ่งเข้ามาจะตบ แล้วถามว่า รู้มั้ยว่ามันเป็นใคร แล้วมันท้าให้ถ่ายคลิป นี่เลยโทรเรียกตำรวจ

ระหว่างที่คุยกับตำรวจ มันก็ผลักอกแฟนนี่ แฟนเลยผลักมันกลับ แล้วแม่งกลับไปหยิบขวดเบียร์มาจะตีแฟน นี่เลยตะโกนให้คนมาช่วย พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมา กลับตอ…ว่าไม่ดูดบุหรี่ แค่นั่งกินเบียร์เฉยๆ แล้วแฟนนี่ไปผลักมัน อี… นี่เลยปรี๊ดแตกค่ะ

มันพุ่งเข้ามาชาร์จแฟนนี่จริงมั้ย หาเรื่องก่อนจริงมั้ย ใครผลักใครก่อน ไปดูในกล้องวงจรปิดได้เลย อย่ามาตอ..ล หน้าตัวเมีย เป็นใครไม่สน อย่ามากร่าง คนอย่าง..ไม่กลัวอยู่แล้ว เกลียดนัก หาเรื่องคนอื่นแล้วยังตอแ..ลอีก”

ทั้งนี้ หญิงสาวเจ้าของคลิปและแฟนหนุ่มเดินออกมาจากที่เกิดเหตุและนั่งรถแท็กซี่กลับ และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ดำเนินการดูแลชายที่มีอาการมึนเมาต่อไป

ต่อมา เฟซบุ๊กของห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุได้เข้ามาโพสต์ข้อความใต้โพสต์ดังกล่าว ความตอนหนึ่งระบุว่า “ต้องขออภัยท่านลูกค้าเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับข้อมูลมาเพื่อปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยกับพนักงาน รปภ. ของเรา

โดยการตรวจตราอย่างเข้มงวดขึ้นไม่ให้มีบุคคลไม่พึงประสงค์อยู่บริเวณรอบศูนย์ฯ และดำเนินการซักซ้อม รปภ. เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติหากเกิดเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งสำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น ทาง รปภ ได้แจ้ง สน. พหลโยธินทันที ซึ่งตำรวจได้มาถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 23:52 น.”

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์เรื่องราวดังกล่าว ก่อนจะมีลูกเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบุว่า ชายในคลิปเป็นคนสติไม่ดี หนีออกมาจากโรงพยาบาล เคยทำพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วหลายครั้งตามที่ต่างๆ


Gclub สาวเตือนภัย ถูกหนุ่มเมาไถบุหรี่-จะทำร้าย หน้าห้างดัง

(29 ก.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊ก Pitcha P. Choo ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้ 5 แยกลาดพร้าว โดยเป็นเหตุการณ์ชายที่มีลักษณะอาการมึนเมา พยายามหาเรื่องแฟนหนุ่มชาวต่างชาติของเธอ

Gclub

โดยคุณ Pitcha P. Choo ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มเกิดจากชายที่มีอาการมึนเมาเดินเข้ามาไถบุหรี่แฟนเธอ แต่พอไม่ให้ กลับไม่ยอมให้เดินไปและพยายามโวยวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ.มา ก็บอกว่าไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวอ้าง

“ดูหนังรอบดึก ออกมากำลังจะไปขึ้นแท็กซี่ ไอ้นี่ พุ่งเข้ามาไถบุหรี่แฟน พอแฟนนี่ไม่ให้ ก็ไม่ยอมให้พวกเราไป พอนี่บอกให้มันหยุด มันพุ่งเข้ามาจะตบ แล้วถามว่า รู้มั้ยว่ามันเป็นใคร แล้วมันท้าให้ถ่ายคลิป นี่เลยโทรเรียกตำรวจ

ระหว่างที่คุยกับตำรวจ มันก็ผลักอกแฟนนี่ แฟนเลยผลักมันกลับ แล้วแม่งกลับไปหยิบขวดเบียร์มาจะตีแฟน นี่เลยตะโกนให้คนมาช่วย พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมา กลับตอ…ว่าไม่ดูดบุหรี่ แค่นั่งกินเบียร์เฉยๆ แล้วแฟนนี่ไปผลักมัน อี… นี่เลยปรี๊ดแตกค่ะ

มันพุ่งเข้ามาชาร์จแฟนนี่จริงมั้ย หาเรื่องก่อนจริงมั้ย ใครผลักใครก่อน ไปดูในกล้องวงจรปิดได้เลย อย่ามาตอ..ล หน้าตัวเมีย เป็นใครไม่สน อย่ามากร่าง คนอย่าง..ไม่กลัวอยู่แล้ว เกลียดนัก หาเรื่องคนอื่นแล้วยังตอแ..ลอีก”

ทั้งนี้ หญิงสาวเจ้าของคลิปและแฟนหนุ่มเดินออกมาจากที่เกิดเหตุและนั่งรถแท็กซี่กลับ และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ดำเนินการดูแลชายที่มีอาการมึนเมาต่อไป

ต่อมา เฟซบุ๊กของห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุได้เข้ามาโพสต์ข้อความใต้โพสต์ดังกล่าว ความตอนหนึ่งระบุว่า “ต้องขออภัยท่านลูกค้าเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับข้อมูลมาเพื่อปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยกับพนักงาน รปภ. ของเรา

โดยการตรวจตราอย่างเข้มงวดขึ้นไม่ให้มีบุคคลไม่พึงประสงค์อยู่บริเวณรอบศูนย์ฯ และดำเนินการซักซ้อม รปภ. เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติหากเกิดเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งสำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น ทาง รปภ ได้แจ้ง สน. พหลโยธินทันที ซึ่งตำรวจได้มาถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 23:52 น.”

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์เรื่องราวดังกล่าว ก่อนจะมีลูกเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบุว่า ชายในคลิปเป็นคนสติไม่ดี หนีออกมาจากโรงพยาบาล เคยทำพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วหลายครั้งตามที่ต่างๆ


Gclub รวบชายโรคจิตยืนช่วยตัวเอง เดินตามสาวเข้าหอพัก เผยเสพยาบ้ามาจึงเกิดอารมณ์

กรณีชายกระทำอนาจารตามหญิงสาวถึงหอพักแห่งหนึ่งใน จ.ลำพูน โดยเหตุเกิดเมื่อ ช่วงกลางดึกของวันที่ 22 ก.ย. 60 สร้างความหวาดกลัวให้กับหญิงสาวที่พักอาศัยในย่านนั้นเป็นอย่างมาก ล่าสุดจับตัวได้แล้ว

Gclub

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 ก.ย. 60) ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายโรคจิตคนดังกล่าวไว้ได้ หลังจากสืบทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่หอพักชุมชนขยะ หมู่ 9 ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ทราบชื่อต่อมาคือ นายเสนาะ อายุ 30 ปี อยู่ชุมชนขยะหมู่บ้านเพียงใจ ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว จ.พิษณุโลก และได้นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกันกับแฟนสาวที่บ้านพัก ซึ่งทุกๆ ครั้งที่ทะเลาะมักจะออกมาหาดื่มเหล้า ประกอบกับตนได้เสพยาบ้ามาด้วย จากนั้นได้ออกมาดื่มสุรากินแถวย่านหอพักของหญิงสาวผู้เสียหายดังกล่าว

โดยตนได้ขี่ จยย.และมีอาการมึนเมา จนมาเจอผู้เสียหาย ขี่รถจยย.แซงตนเองขึ้นไประหว่างทาง จึงเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น จึงได้ขับรถติดตามผู้เสียหายไปจนถึงหอพักแล้วจอดรถไว้ข้างๆ หอ เดินตามขึ้นไปบนหอพัก และได้เรียกผู้เสียหายให้หันกลับมาดูตนเองที่กำลังช่วยตัวเองอยู่

เมื่อผู้เสียหายหันกลับมาดู ก็ตกใจ ร้องเอะอะโวยวาย ตนเองเกรงว่าผู้อื่นจะเห็นจึงรีบวิ่งออกมาจากหอพักมาที่รถแล้วขับออกไปกลับที่พัก

ทางเจ้าหน้าที่เมื่อควบคุมตัวได้แล้ว ได้ทำการตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดในปัสสาวะ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, เมทแอมเฟตามีน) อีกหนึ่งข้อหา พร้อมกับข้อหากระทำอนาจารในที่สาธารณะ กระทบต่อสภาพจิตใจของผู้อื่นและได้เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน ได้คัดค้านการประกันตัว เพื่อรอสอบขยายผลเกี่ยวพันกับคดียาเสพติดด้วย และจะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลในวันศุกร์นี้เพื่อพิจารณาคดีตามกฎหมาย

สำหรับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยถูกชายดังกล่าวก่อเหตุกระทำความผิด สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ที่พนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน


Gclub ร่างละเอียดไม่เหลือโครงมนุษย์ ถูกบัสชน รถเหยียบซ้ำกระจุย !

รถบัสโดยสารชนแล้วหนี สาวโคราชกระเด็นข้ามเกาะกลางถนน ก่อนถูกรถหลายคันซึ่งวิ่งอยู่อีกฝั่ง เหยียบซ้ำ ร่างแหลกเละ ไม่เหลือเค้าโครงมนุษย์ กลางถนนมิตรภาพ

Gclub

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วานนี้ (6 ก.ย. 60) ร.ต.อ.สมมาตร์ กระฉอดนอก รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน ตรวจสอบศพหญิงวัยกลางคน สภาพถูกรถชนกระเด็นและเหยียบซ้ำจนร่างแหลกเละ กลางถนนมิตรภาพ ขาออกตัวเมือง ก่อนถึงสะพานกลับรถหน้ามหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล อ.เมือง จ.นครราชสีมา

เบื้องต้นไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงตนว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เป็นหญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 40-50 ปี สวมเสื้อลายขาว-ดำ กางเกงสามส่วนสีขาว สภาพถูกรถเหยียบจนกะโหลกศีรษะแตกยุบ ลำตัวแขนขา หักงอพับ แทบไม่เหลือรูปร่างมนุษย์ ไม่เหลือเค้าหน้าตา

นายยนต์ อายุ 66 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้ตายเดินเซไปเซมา คาดว่าเมาสุรา พยายามเดินข้ามถนนไปอีกฝั่ง แต่ด้วยความเมา ไม่ระวัง จึงถูกรถบัสโดยสาร ไม่ทราบสายและป้ายทะเบียน ขับมาด้วยความเร็วสูง ชนเข้าอย่างจัง ร่างลอยกระเด็นข้ามเลนไปอีกฝั่ง ก่อนมีรถวิ่งสวนทางมาเหยียบซ้ำอีกหลายคัน จนร่างแหลกเละดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหารถคันที่เฉี่ยวชนมาสอบสวนดำเนินคดี พร้อมกับสืบหาว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เพื่อติดต่อให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


Gclub อุทัยธานีพบรอยพญานาคเลื้อยเข้าศาล ผู้คนแห่มาขอโชค

อุทัยธานีพบรอยพญานาคเลื้อยเข้าศาลเจ้า ชาวบ้านที่ศรัทธาแห่มาขอโชคและเลขเด็ด

Gclub

ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่หนองเต่า หมู่ 5 บ้านหนองเต่า อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ประชาชนกว่า 300 คน ต่างเดินทางออกมาดูรอยพญานาค หลังจากที่คนทำความสะอาดศาลเจ้านั้นมาทำความสะอาดแล้วเห็นรอยคล้ายงูตัวใหญ่หรือรอยพญานาคที่ชาวบ้านเชื่อกัน โดยรอยพญานาคนี้ เป็นร่องรอยเหมือนงูหรือสัตว์เลื้อยคลาน ตั้งแต่หน้าบันไดศาลเจ้าเลื้อยหน้าลานหน้าศาลเจ้า เลื้อยไปยังข้างประตูของศาลเจ้าซึ่งร่องรอยนั้นเห็นชัดเจนมาก

ซึ่งก่อนที่จะเห็นรอยพญานาคนี้ นายสมพร อายุ 37 ปี เป็นชาวบ้านแถวนั้นที่มาเช่าบ้านอยู่ใกล้ศาลเจ้าได้เปิดเผยว่า ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ประมาณเที่ยงคืนกว่า นายสมพน นั้นบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนคนลาก อะไรสักอย่างเข้ามาในศาลเจ้าแห่งนี้และดังมาก เป็นเวลากว่า 10 นาที โดยเสียงนั้นเหมือนมีอะไรขึ้นมาจากบ่อน้ำหน้าศาลเจ้าหลังจากนั้นเสียงเหมือนคนลากกระสอบหรือเสียงงูตัวใหญ่เลื้อยก็ดังเข้ามาในศาลเจ้า

พอเช้ามานายสมพร ก็พบว่ามีคนนั้นมาดูรอยพญานาคนั้นเต็มศาลเจ้า คณะกรรมการของศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่นั้น ได้เชิญ นางสาวชนมณี สายจันยนต์ ผู้ที่เป็นร่างประทับของพญานาค ซึ่งเคยทำพิธีบูชาและไหว้พญานาคมาแล้วโดยแถวภาคอีสานจะรู้จัก นางสาวชนมณี ว่าเป็นร่างประทับชื่อดังที่มีความเชื่อกับพญานาค ก่อนทำพิธีนั้นคนที่มาดูหกันไปบนท้องฟ่าแล้วพบว่าเมฆนั้นเหมือนพญานาคอีกด้วย

หลังจากที่พ่อปู่พญานาคได้เข้าประทับนั้น แล้วบอกว่า ขอให้คนบ้านหนองเต่าแห่งนี้ มีความสามัคคีดันในหมู่บ้านมากกว่านี้แล้วสิ่งดีๆ จะเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้อย่างแน่นอน ระหว่างที่ประทับร่างอยู่นั้นชาวบ้านที่มาดู ต่างก็ถามว่าเหตุอันใดถึงมาปรากฏให้เห็นโดยมีร่องรอยไว้หน้าศาลเจ้า ร่างทรงตอบว่า ต่อไปนี้ศาลเจ้าแห่งนี้และชาวบ้านหนองเต่าจะพบแต่สิ่งดีๆ ที่พ่อปู่พญานาคนั้นปรากฎให้เห็นแบบนี้

ทางคณะกรรมการศาลเจ้าแห่งนี้ก็จะทำการอันเชิญพญานาคนั้น มาประทับยังศาลเจ้าแห่งนี้อีกด้วย และแน่นอนชาวบ้านที่มาดูต่างก็อดไม่ได้ ที่จะขอเลขเด็ดจากร่างทรงที่ประทับ แต่ร่างทรงนั้นไม่ได้ให้เลขอะไรเพียงแต่บอกว่าให้สังเกตกันเอา หากใครมีโชคก็จะถูกหรือจะรวยเอง


Gclub พี่สาว ‘เจ้าสาวต้มตุ๋น’ ร่ำไห้..วอนให้น้องเข้ามอบตัว

จากกรณีที่ นางสาวจริยาภรณ์ อายุ 32 ปี ได้ถูก สภ.ประตูน้ำพระอินทร์ จ.ปทุมธานี และศาลจังหวัดชุมพร ออกหมายจับฐานฉ้อโกง และมีหมายจับอีกหลายท้องที่ โดยมีผู้เสียหายที่เป็นชายที่ถูกหลอกให้แต่งงาน แล้วนำสินสอดหลบหนีไปนั้น

Gclub

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด พ.ต.อ.สุจินต์ นาวาเรือน ผู้กำกับ สภ.วังสะพุง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจ สภ.วังสะพุง ได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งที่ อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นบ้านของนางสาวจริยาภรณ์ ผู้ต้องหาอีกครั้งหนึ่ง โดยบ้านทั้งสองหลังไม่มีใครอยู่ และล็อคกุญแจบ้านไว้ สอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า บ้านหลังนี้ส่วนใหญ่เห็นมีพ่อกับแม่นางสาวจริยาภรณ์อยู่กันสองคน

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บ้านสวนของพ่อผู้ต้องหา พบ นางเหมียว อายุ 40 ปี พี่สาวคนโตอยู่ภายในบ้านพร้อมกับหลานและสามี โดยไม่พบพ่อกับแม่ของนางสาวจริยาภรณ์แต่อย่างใด ซึ่งพี่สาวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า พ่อกับแม่หายไปตั้งแต่สามวันที่แล้ว โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้เลย

ตอนนี้รู้สึกเสียใจที่น้องไปทำเช่นนั้น การแต่งงานแต่ละครั้งตนกับสามีก็ไม่เคยได้รับรู้และไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะปี 2557 เคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงกับน้องสาว เพราะมายืมเงิน 10,000 แล้วไม่คืน จึงไม่ได้สนใจและแทบจะตัดขาดความเป็นพี่น้อง

ล่าสุด นายวิชิต (นามสมมติ) หนึ่งในอดีตเจ้าบ่าวออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้รวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายได้แล้วจำนวน 8 คน พบเหยื่อทั้งหมดถูกหลอกในลักษณะเดียวกันหมด โดยหญิงสาวมีพฤติกรรมทำความรู้จักผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนจะนัดเจอกันและมีเพศสัมพันธ์กันทันที หลังจากนั้นก็อ้างว่าท้อง อ้างว่ารักมาก กระทั่งจัดงานแต่งและหอบเงินสินสอดหนีไป นายวิชิตระบุว่า ตนสูญเงินค่าสินสอดไปกว่า 4 แสนบาท