5แข้งสำคัญที่จะเป็นแกนหลักแมนยูไนเต็ดซีซั่นนี้

5แข้งสำคัญที่จะเป็นแกนหลักแมนยูไนเต็ดซีซั่นนี้

การที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส จะนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2018-19 สิ่งที่สำคัญก็คือการที่เขาจะต้องมีนักเตะกำลังหลักที่สามารถสร้างผลงานชั้นยอด นอกจากความมุ่งมั่นในการที่จะประสบความสำเร็จในอังกฤษแล้ว ทัพ “ผีแดง” ยังหวังที่จะพัฒนาฟอร์มการเล่นของพวกเขาในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย
นี่ไม่ใช่แค่ฤดูกาลที่มีความสำคัญมากๆ สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้น แต่ยังเป็นซีซั่นที่มีความหมายสำหรับนักเตะหลายๆ คน (รวมทั้ง มูรินโญ่ ด้วย) และเพื่อโอกาสที่จะคว้าแชมป์ แน่นอนว่าทีมต้องมีนักเตะที่เป็นแกนหลักสำคัญที่จะต้องพัฒนาฟอร์มการเล่นจากซีซั่นที่ผ่านมา และพยายามก้าวขึ้นเป็นแข้งหลักตลอดช่วงฤดูกาลที่ยาวนานกว่า 10 เดือนให้ได้

สำหรับตอนนี้มีการคาดหมายว่า 5 นักเตะที่จะก้าวเป็นเป็นกำลังสำคัญของทีม ซึ่งหากพวกเขารักษาฟอร์มการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา โอกาสที่ “ปีศาจแดง” จะประสบความสำเร็จในฤดูกาลใหม่นี้ น่าจะไม่ใช่แค่ความเพ้อฝันแน่นอน

อเล็กซิส ซานเชซ

 

ตอนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับ อเล็กซิส ซานเชซ จาก อาร์เซน่อล ดูเหมือนว่านี่คือการเว็นสัญญาที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับทีมที่ขาดหายการสร้างสรรค์เกม ทีมของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการคว้าตัว ซานเชซ มาร่วมทัพ

อย่างไรก็ตาม ดาวยิงทีมชาติชิลี ทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงระหว่าง 5 เดือนแรกกับ “ผีแดง” สำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉาก แน่นอนว่าเขาเป็นหนึ่งในแนวรุกที่สำคัญหลังจากที่เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นผลงานที่น่าประทับใจในการเล่นเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นในช่วงที่ผ่านมาด้วย

ซานเชซ จะต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการวิ่งพล่านไปทั่วสนามช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2018-19 ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่มีข้ออ้างอะไรทั้งนั้นเพราะได้รับโอกาสลงเล่นช่วงปรีซีซั่นอย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสภาพร่างกายที่อ่อนล้าเพราะเจ้าตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

อดีตหัวหอกบาร์เซโลน่า ซัดไปเพียง 2 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์จากการเล่น 12 เกมลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ มูรินโญ่ ต้องการจาก ซานเชซ สำหรับการพัฒนาที่มีความสำคัญมากๆ เพราะ โรเมลู ลูกากู ไม่สามารถแบกรับความคาดหวังในการยิงประตูเป็นกอบเป็นกำได้ตลอดเวลา

แน่นอนว่า ซานเชซ จำเป็นต้องแบกรับความคาดหวัง และต้องมีอิทธิพลกับการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ไม่มีอะไรต้องสงสัยว่าเขาจะเป็นนักเตะสำคัญให้กับแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ดาวเตะเลือดชิลีมีสภาพจิตใจแห่งผู้ชนะ และเต็มไปด้วยประสบการณ์ในการเป็นนักเตะสำคัญของ “เร้ด เดวิลส์” ที่จะนำทีมเริ่มต้นซีซั่นได้อย่างแข็งแกร่ง

ปอล ป็อกบา

 

ไม่มีอะไรต้องสงสัยว่า ปอล ป็อกบา เป็นหนึ่งในกองกลางที่เก่งที่สุดในโลก ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการช่วยทัพ “ตราไก่” ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย และตอนนี้เขาจะต้องกลับมาช่วยยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และพยายามที่จะเล่นให้คงเส้นคงวาเพื่อนำความสำเร็จกับสู่ “ผีแดง”

ป็อกบา ยังคงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่แพงที่สุดในโลก เป็นผู้เล่นสำคัญของ ฝรั่งเศส แต่ในระดับสโมสร เขาดูเหมือนเล่นแบบไม่มีความสุข แต่ทุกอย่างอาจมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่เจ้าตัวช่วยนำบ้านเกิดประดับเกียรติยศแชมป์โลกสมัยที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่


แมนยูมั่นใจฉกอัลเดอร์ไวเรลด์สำเร็จ

แมนยูมั่นใจฉกอัลเดอร์ไวเรลด์สำเร็จ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจจะกระชาก โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ https://รับแทงบอลออนไลน์.comเซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาเสริมทัพสำเร็จ หลัง “เร้ด เดวิลส์” พร้อมควักกระเป๋ากว่า 40 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อแข้งเบลเยียมร่วมทีม ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” เล็งดาวรุ่ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเป็นตัวแทนแล้ว

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวว่ามีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า พวกเขาจะปาดหน้าทีมอื่นๆ คว้าตัว โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ปราการหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาเสริมแนวรับได้สำเร็จ จากการรายงานของ “อีเอสพีเอ็น” สื่อชื่อดังระดับโลก เมื่อวันพุธที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

มีข่าวว่าทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ พร้อมทุ่มเงินกว่า 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,600 ล้านบาท) เพื่อกระชาก อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่ยังเหลือสัญญากับต้นสังกัดจนถึงปี 2020 มาเสริมทัพ ขณะที่ สเปอร์ พร้อมดึง มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์ ปราการหลังอนาคตไกล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ดัตช์ มาเป็นตัวตายตัวแทน

ด้าน “เดอะ สแตนดาร์ด” สื่อของอังกฤษ อ้างว่า สเปอร์ส ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ อัลเดอร์ไวเรลด์ ได้สำเร็จ ทำให้ทั้ง เชลซี, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ บาร์เซโลน่า มีโอกาสเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปของนักเตะ แต่เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมเต็งที่มีโอกาสคว้าตัวแข้งเบลเยียมไปร่วมทัพมากที่สุด เนื่องจากพวกเขาจะมอบสัญญาระยะยาวให้กับดาวเตะวัย 29 ปี

ทั้งนี้ สเปอร์ส ตั้งใจที่จะปล่อย อัลเดอร์ไวเรลด์ ออกไป เนื่องจากสโมสรต่างๆ พร้อมทุ่มเงินมากกว่า 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าฉีกสัญญาในเงื่อนไขที่นักเตะสามารถย้ายออกจากทีมได้ในช่วงกลางปี 2019


แมนยูมั่นใจฉกอัลเดอร์ไวเรลด์สำเร็จ

แมนยูมั่นใจฉกอัลเดอร์ไวเรลด์สำเร็จ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจจะกระชาก โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาเสริมทัพสำเร็จ หลัง “เร้ด เดวิลส์” พร้อมควักกระเป๋ากว่า 40 ล้านปอนด์ เพื่อซื้อแข้งเบลเยียมร่วมทีม ขณะที่ “ไก่เดือยทอง” เล็งดาวรุ่ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเป็นตัวแทนแล้ว

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวว่ามีความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า พวกเขาจะปาดหน้าทีมอื่นๆ คว้าตัว โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ปราการหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาเสริมแนวรับได้สำเร็จ จากการรายงานของ “อีเอสพีเอ็น” สื่อชื่อดังระดับโลก เมื่อวันพุธที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

มีข่าวว่าทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ พร้อมทุ่มเงินกว่า 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,600 ล้านบาท) เพื่อกระชาก อัลเดอร์ไวเรลด์ ที่ยังเหลือสัญญากับต้นสังกัดจนถึงปี 2020 มาเสริมทัพ ขณะที่ สเปอร์ พร้อมดึง มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์ ปราการหลังอนาคตไกล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ดัตช์ มาเป็นตัวตายตัวแทน

ด้าน “เดอะ สแตนดาร์ด” สื่อของอังกฤษ อ้างว่า สเปอร์ส ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับ อัลเดอร์ไวเรลด์ ได้สำเร็จ ทำให้ทั้ง เชลซี, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ บาร์เซโลน่า มีโอกาสเป็นจุดหมายปลายทางต่อไปของนักเตะ แต่เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมเต็งที่มีโอกาสคว้าตัวแข้งเบลเยียมไปร่วมทัพมากที่สุด เนื่องจากพวกเขาจะมอบสัญญาระยะยาวให้กับดาวเตะวัย 29 ปี

ทั้งนี้ สเปอร์ส ตั้งใจที่จะปล่อย อัลเดอร์ไวเรลด์ ออกไป เนื่องจากสโมสรต่างๆ พร้อมทุ่มเงินมากกว่า 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าฉีกสัญญาในเงื่อนไขที่นักเตะสามารถย้ายออกจากทีมได้ในช่วงกลางปี 2019

 


มองโลกในแง่ดี! เฮียมูไม่โทษแข้งผีแม้บุกแพ้บาเซิ่ล 0-1

ไม่มีคำตำหนิใดๆ ออกมาจากปากของ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ “ปีศาจแดง” ที่แม้โดน บาเซิ่ล เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ 1-0 ยังต้องลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์นัดสุดท้าย  โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในคึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิเสธที่จะตำหนิลุกทีม แม้ต้องเป็นฝ่ายบุกแพ้ เอฟซี บาเซิ่ล ถึงดินแดนสวิสฯ ด้วยสกร์ 0-1 ในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ เมื่อวันพุธ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โชเซ่ มูรินโญ่

”ปีศาจแดง” ชนะรวดทั้ง 4 นัดแรก รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ขอเพียงแค่คะแนนเดียวในเกมนี้ก็จะการันตีการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ทันที โดยแม้มีโอกาสได้ประตูออกนำหลายครั้งทั้งลูกโหม่งของ มารูยาน เฟลไลนี่ (ชนเสา) และลุกยิงไกลของ มาร์กอส โรโฮ (ชนคาน) ในครึ่งแรก แต่กลับมาโดนทีเด็ดของเจ้าถิ่นจาก ไมเคิ่น ลังก์ ยิงประชียก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียว อย่างไรก้ตาม ”เดอะ สเปเชียล วัน”ปฏิเสธที่จะตำหนิลูกทีม โดยกล่าวว่า เราเล่นกับทีมที่เล่นถึง 5 กองหลัง เราพยายามวางหมากให้ 3 แนวแนวรุกเล่นเกมโต้กลับเร็วในครึ่งแรก เพราะพวกเขาไม่สามารถจัดการกับเราได้”

“เราทำประตูไม่ได้ในครึ่งหลัง ซึ่งลูกดียวก็เพียงพอแล้ว อาจเพราะช่วง75 นาที หรือ 80 นาที เราทำกันไม่ได้ ดังนั้นไม่ใช่เวลาที่จะพยายามเอาชนะ มันเป็นเวลาที่จะต้องคุมเกมเอาไว้ แต่สุดท้ายเราก็โดนจนได้ มันเป็นเรื่องยากที่จะตำหนิใคร มันเป็นแค่เรื่องฟุตบอล”ทั้งนี้ “ปีศาจแดง” ยังคงรั้งจ่าฝูงของกลุ่มเอ มีอยู่ 12 คะแนน ซึ่งพวกเขาต้องการอีก 1 แต้มเพื้อจะทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ โดยมีโปรแกรมส่งท้ายด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับ ซีเอสเคเอ มอสโก จากรัสเซีย ในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน นี้


มูรินโญ: จะเรียกว่าชนะแบบ Fergie time ก็ได้

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่าความเข้มข้นและต่อเนื่องในเกมของลูกทีมเขา คือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะเหนือ ฮัลล์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีกคืนวันเสาร์ที่ผ่านมามุรินโย่

เสือลายพาดกลอนเจ้าถิ่นที่มี ไมค์ ฟีแลน อดีตหัวหน้านักกายภาพของปีศาจแดงคุมทีม เล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่นและยูไนเต็ดที่พยายามยิงแล้วยิงเล่าก็ยังส่งบอลผ่านประตูไม่ได้ จนกระทั่งถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เวย์น รูนีย์ พริ้วตัดในจากกราบซ้ายแล้วป้ายให้มาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวสำรองชาร์จไม่เหลือ กลายเป็นสามแต้มสุดมันสะใจแฟน ๆ

“ผมคิดไว้แล้วว่าเกมนี้ต้องยาก” มูรินโญกล่าวหลังเกม “ตอนพักครึ่งผมบอกพวกเขาว่า เรากำลังเล่นกับกำแพงที่สร้างมาอย่างเป็นระเบียบ สปิริตสุดยอด ทุกคนสู้เพื่อกันและกัน และเราจะให้เขาหยุดพักไม่ได้เลย”เราจะเล่นดี ดุดันอยู่ 5 นาที แล้วผ่อนเกม ไม่ได้เลย มันต้องใส่ ใส่ ใส่เข้าไปตลอด และผมว่าพวกเราทำได้ดี ทุกครั้งที่เสียบอล เราได้คืนใน 2 วินาที พวกเขาจึงไม่ได้พัก ไม่ได้ครองบอลในครึ่งหลัง

“จากนั้นเราก็ลุย ลุย ลุยเข้าไป บุกเข้าไปชุดต่อชุดต่อชุด”กุนซือโปรตุกีสไม่ลืมชื่นชมมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองและทำประตูตัดสินเกม ว่ามีคุณภาพและแตกต่างจากกองหน้าคนอื่นในทีม”เขาเยี่ยมมาก ผมเห็นเขายอดเยี่ยมมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน พอได้มาทำงานด้วยกันทุกวัน ผมก็ยิ่งได้เห็น

“คืนนี้เขาลงมาและทำให้ฟุตบอลของเรามีความหลากลาย เพราะเขาแตกต่างจากรูนีย์หรือซลาตัน ผมมีความสุขกับเขามาก แต่ที่สุดก็คือมีความสุขกับทีมครับ”และเมื่อถูก MUTV ถามว่าชัยชนะนัดนี้จะเรียกว่าเป็น ‘Fergie time’ ซึ่งแฟน ๆ ใช้เรียกเวลาที่ทีมสู่จนพลิกชนะในช่วงท้ายเกมเมื่อครั้งที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคุมทีมอยู่ได้หรือไม่ ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ ยิ้มรับ

“ผมได้เห็นเองมาหลายครั้งแล้ว เรียกอย่างนั้นผมก็ยินดีมากครับ เขา(เซอร์อเล็กซ์) คือตำนานของสโมสร ผมยิ่งกว่ายินดีเสียอีกที่จะพูดว่าเราชนะในแบบ Fergie time”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านทำศึกกับแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กับแในเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 10 กันยายน เป็นโปรแกรมต่อไป


เอาทุกถ้วย! ซลาตันลั่นใส่เต็มร้อยเกมคอมมูนิตี้ชิลด์

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วางเป้าหมายเก็บทุกถ้วยรางวัลที่มีในฤดูกาล โดยขอเริ่มจากโล่คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่จะลงเล่นในคืนนี้เลย

ซลาตันเต็มร้อย

ยูไนเต็ดในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ จะลงดวลกับเลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว ณ เวมบลีย์ ซึ่งดาวเตะชาวสวีดิชผู้ประสบความสำเร็จมามากมายก็ยืนยันว่า นี่จะไม่ใช่เกมกระชับมิตรอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลแน่นอน

“นี่เป็นเกมชิงถ้วยเกมแรก และจะเป็นถ้วยแรกที่เรานำกลับบ้านกัน” อิบราฮิโมวิชกล่าวกับเว็บไซต์สโมสร “สำหรับผม ทุกถ้วยเป็นเรื่องจริงจัง”ผมเก็บมาแล้ว 30 ถ้วย และอยากได้เพิ่มอีก ผมไม่พอใจจนกว่าจะได้ครบทุกอย่าง นั่นคือเป้าหมายที่เราลงเล่น เราเล่นเพื่อชนะ

“ไม่ว่าจะไปที่ไหน ผมเล่นเพื่อชนะ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแพ้ ผมมาเพื่อชนะ ผมเชื่อว่าสโมสรก็มีปรัชญาอย่างเดียวกัน โดยเฉพาะสโมสรแบบนี้ ที่นี่สร้างมาเพื่อชนะ

“มันก็เป็นแบบนี้ เกมแรก หนึ่งเกมเป็นหนึ่งถ้วย ผมเคยเล่นทีมชาติสวีเดน เจอกับทีมชาติอังกฤษที่นี่(เวมบลีย์) และมันเป็นสนามที่ใหญ่มาก ผมตั้งตารอเกมนี้อยู่”เลสเตอร์ ซิตี้ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะลงเล่นกันในเวลา 22:00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD