กินกันแบบสดๆ เนื้อสดๆ ตับสดๆ กับเมนูเนื้องัว จิ้มจุ๊

วันนี้เป็นอีกวันที่ได้กินอาหารแบบเบิบพิสดารอีกเมนูหนึ่ง ซึ่ง ทางภาคอีสานของไทยจะเรียกว่าซอยจุ๊ ก็ธรรมดาอาหารอีสานจะต้องมีผักวันนี้จะขอแนะนำ
แมงลักกับซอยจุ๊ซึ่งเป็นทีเด็ดเลยเพราะแมงลักจะตัดกลิ่นความคาวของเนื้อ

จุ๊-เนื้อ

แมงลัก (ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum × citriodourum) เป็นพืชล้มลุกในสกุลกะเพรา-โหระพา แมงลักมีใบเล็ก สีอ่อน บอบบาง ช้ำง่ายและเหี่ยวง่ายกว่า ชื่อสามัญเดิมเรียกกันว่า hoary basil (hoary แปลว่าผมหงอก) โดยนำมาจากลักษณะที่มีขนอ่อนสีขาวๆ บริเวณก้านใบและยอดอ่อน ต่อมาก็เปลี่ยนมาเรียกว่า lemon basil ตามลักษณะกลิ่นที่คล้ายส้ม-มะนาว ส่วนแมงลักศรแดงของไทยเรียกว่า thai lemon basil
แมงลักนำไปใช้ได้ทั้งใบและเมล็ด ใบมีกลิ่นฉุน ใช้ประกอบอาหารเช่นเดียวกับกะเพราและโหระพา ส่วนมากจะใช้รับประทานกับขนมจีน หรือใส่เครื่องแกงต่างๆ ส่วนเมล็ดแมงลักใช้ทำเป็นขนมอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ เมล็ดแมงลักนำมาทำเป็นยาระบายและอาหารเสริมลดความอ้วนได้ไหนก็พูดถึงซอยจุ๊แล้วก็จะอธิบายและวิธีทำเลยก็แล้วกันเพราะนีัเป็นอาหารที่เป็นวัฒนธรรมอีสานอีกอย่างที่ตามงานบุญงานประเพณีที่มีการกินเลี้ยงฉลองจะต้องมีซอยจุ๊ขึ้นโต๊ะจะขาดไม่ได้ทีเดียว
ซอยจุ๊
ใช่แล้วนะครับก่อนจะประกอบอาหารอีสานต้องจิบเหล้าขาว หนึ่ง กั๊ก สำหรับวันนี้สำคัญมากเพราะเป็นอาหารกลับแกล้ม
วัตถุดิบ เนื้อสันวัว,ตับวัว กระเพราะวัว(สามสิบกรีบ,ผ้าขี้ริ้ว,คันแทนา),ขี้เพี้ย,ดีวัว,ต้นหอม,ต้นผักชี,มะนาว,เหล้าขาวที่ผลิตจาก โรงงานภาคอีสาน
เครื่องปรุง พริกป่น,ข้าวขั่วป่น,ผงชูรส,เกลือหรือน้ำปลา
วิธีทำ 1.อย่าลืมนะครับจิบเหล้าขาว หนึ่ง กั๊กแล้วนำเนื้อสันวัว ตับวัว กระเพราะวัว(สามสิบกรีบ,ผ้าขี้ริ้ว,คันแทนา)หั่นพอดีคำ ต้นหอม,ต้นผักชี,ใส่จานเอาไว้รอ
2.ต้มน้ำขี้เพี้ยให้เดือดตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
3.ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มนำพริกป่น,ข้าวขั่วป่น,น้ำขี้เพี้ยผง,ชูรส,เกลือ,ต้นหอม,ต้นผักชี,ผสมให้เข้ากันจากนั้นเติมดีวัวจะขมมากขมน้อยก็แล้วแต่ตามใจ
เป็นอันเสร็จเรียบร้อยนำขึ้นโต๊ะคู่กับยอดแมงลักได้เลยเป็นกลับแกล้มสวนตัวผมคิดว่าจะต้องแกล้มเหล้าขาวเท่านั้นนะครับถึงจะสุดยอดอาหารอีสาน