โซเชียลติง สระบุรีสร้างมาสคอตรูปวัวตัวละแสน งบรวมสูงถึง 20 ล้านบาท

เกิดกระแสหนัก หลัง จ.สระบุรีสร้างมาสคอตรูปวัว ตัวละ 1 แสนบาท ซึ่งมีขนาดตัวละ 1.2 เมตร และขนาด 1.8 เมตร รวมถึงมีการจ้างประชาสัมพันธ์เปิดตัวถึง 3 ล้านบาท รวมงบประมาณ 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.60 โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากเพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน กันเป็นจำนวนมาก หลังได้โพสต์เรื่องการสร้างมาสคอตวัวตัวละ 1 แสนบาท ของจังหวัดสระบุรี จนทำทำให้โซเชียลตั้งคำถามว่าราคานี้สูงเกินไป รวมถึงเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณหรือไม่ พร้อมรายละเอียดระบุว่า…

“จังหวัดสระบุรีจ้างทำมาสคอตรูปวัวเพื่อสร้างเอกลักษณ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว มีสองขนาด ขนาดความสูง 1.2 เมตร ตัวกระจ้อยราคากลางตัวละ 110,000 บาท ทำ 120 ตัว ตกเป็นเงิน 13,200,000 บาท กับขนาด 1.8 เมตร ตัวละ 170,000 บาท จำนวน 21 ตัว เป็นเงิน 3,570,000 บาท รวมสองวัวตั้งเป็นงบประมาณ 16,770,000 บาท มีผู้เข้าเสนอราคารายเดียว ทำสัญญาจ้างวงเงิน 16,740,000 บาท เป็นรายที่ใช้ราคาในการกำหนดราคากลาง

นอกจากค่าตัววัว 16.7 ล้าน ยังมีรายการจ้างแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์เปิดตัววัวแยกไปอีกโครงการเป็นเงิน 3,050,000 บาท เรื่องวัวนี้เบ็ดเสร็จเป็นเงิน 20 ล้านบาท”

ในเวลาต่อมาทางเพจยังได้นำเสนอเรื่องราวการสร้างรูปปั้นวัวขนาด 1.8 เมตร โดยบอกอีกว่า “ตัวนี้โหดกว่า สูง 1.8 เมตร ราคากลางตัวละ 170,000 บาท สั่งทำ 21 ตัว พร้อมฐานก็องแก๊งเป็นเงิน 3.75 ล้าน รวมกับตัว 1.2 เมตร อีก 120 ตัว เป็นเงิน 16.7 ล้าน ค่าอีเว้นต์เปิดตัวอีก 3 ล้านกว่า สรุปเป็นตัวเลขกลม ๆ จบที่ 20 ล้าน วัวนี้ชื่อ “น้องใจบุญ” ผลงานสร้างสรรค์ของจังหวัดสระบุรีโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด”

อย่างไรก็ตาม หลังโซเชียลตั้งถามกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนบางส่วน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้ เพื่อให้ประชาชนทราบและเข้าใจอย่างถูกต้อง


ชาวบ้านสาปแช่ง หนุ่มจอดทุบรูปปั้น “เจ้าพ่อไก่” ไม่รู้โกรธใครมา

ชาวบ้านสุดแค้นสาปแช่งชายหนุ่มทุบทำลายรูปปั้นเจ้าพ่อไก่ ที่ชาวบ้านศรัทธายึดเหยี่ยวจิตใจ

(15 ต.ค.) คลิปจากกล้องวงจรปิดของ อบต.ดอนศรีชุม ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จับภาพชาย 2 คน ที่ขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิสีขาวตอนเดียว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดที่บริเวณรูปปั้นไก่ หรือ เจ้าพ่อไก่ ปากทางเข้าบ้านจำไก่ หมู่ที่ 4 ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ ก่อนที่ชายผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนขับรถจะเดินลงรถมา และคาดว่าจะเข้าไปทุบ และใช้เท้าถีบทำลายรูปปั้นไก่ จนพังเสียหาย ก่อนที่จะโยนรูปปั้นไก่ทิ้ง ซึ่งรัศมีของกล้องวงจรปิดจับภาพไม่ชัดเจน

จากนั้นเดินข้ามไปทำลายรูปปั้นไก่อีกฝังหนึ่งของถนน ซึ่งกล้องสามารถจับภาพได้ค่อนข้างชัดเจน ก่อนจะขับรถยนต์หนีไปทางบ้านจำไก่ ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.25 น. 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งความ ไว้ที่ สภ.ดอกคำใต้แล้ว

สำหรับรูปปั้นไก่ หรือรูปปั้นเจ้าพ่อไก่ ที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าบ้านจำไก่ ชาวบ้านจำไก่ และ อบต.สันโค้ง ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุเพศภัยต่างๆ ทั้ง ภัยธรรมชาติ เจ็บป่วยไข้ ไม่สบาย ไปบุตรหลานไปสมัครงาน ก็ไปทำการบนบาลศาลกล่าวเจ้าพ่อไก่ และก็ได้ตามที่ขอไป ทำให้เป็นที่ศรัทธาและยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านจำไก่มานาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาวบ้านจำไก่ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทำให้ชาวบ้านตำบลจำไก่ เกิดความโกรธแค้น และไม่พอใจกับการกระทำดังกล่าวเป็นอย่างมาก จึงขอให้ตำรวจเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ซึ่งเมื่อทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ได้รับแจ้ง ก็มีการนำภาพวงจรปิด และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไปติดตาม เพื่อทำการสืบสวนหาตัวผู้ที่ปรากฏตามภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ มาทำการสอบสวนว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าวหรือไม่และเพื่อเหตุผลใด ซึ่งหากผิดจริงก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


หนุ่มสั่งเสีย “ขุดหลุมฝังให้ด้วย” ก่อนยิงลูกซองกรอกปาก ดับต่อหน้าเมีย

ภรรยาสุดช็อก พบสามีซึ่งมีอาการป่วยทางจิต อมปากกระบอกปืนลูกซองยาว ก่อนลั่นไกดับต่อหน้า

(14 ต.ค. 60) พ.ต.ต.พิษณุ ทาหาญ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ทุ่งคาโงก อ.เมือง จ.พังงา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพังงา หน่วยพิสูจน์หลักฐาน หลังจากได้รับแจ้งว่ามีชายหนุ่มได้ยิงตัวตายในพื้นที่บ้านทุ่งหรา ต.สองแพรก อ.เมืองพังงา

ที่เกิดเหตุ พบศพ นายทวีศักดิ์ อายุ 26 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนแคร่หน้าบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งหรา ต.สองแพรก อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวของผู้ตาย ลักษณะนอนหงาย ศพนิ้วเริ่มแข็งคาดว่าเสียชีวิตมาเกินกว่า 4 ชม. พบบนศีรษะมีบาดแผลกระโหลกเปิด น่าจะเกิดจากถูกกระสุนปืน ไม่พบบาดแผลอื่นตามร่างกาย

และพบนางสาวรัตนาภรณ์ ภรรยานั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ เเละเล่าว่า ผู้ตายและตนทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ได้เดินทางมาบ้านเมื่อวันที่ 11ต.ค. 60 และมาพักที่บ้านของบิดามารดา ใกล้กับที่เกิดเหตุ โดยผู้ตายมีอาการทางจิตอยู่ด้วยมาก่อน และเมื่อเที่ยงวานนี้ได้ชวนตนไปโดดน้ำตายด้วยกัน แต่ตนได้พูดเกลี้ยกล่อมจนสงบลง

พอช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ ลงมาที่หมู่บ้านสองแพรกคนเดียว โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าไปไหน และได้กลับเข้ามาเมื่อเวลาประมาณตีสอง พอได้ยินเสียงรถก็ออกมารับด้วยความเป็นห่วง ผู้ตายได้บอกกับตนเองว่า ขุดหลุมฝังให้ด้วย ถ้าไม่ฝังก็ส่งข้าวส่งน้ำด้วย จึงได้พูดปลอบอยู่ประมาณ 30 นาที และชวนผู้ตายเข้านอน

หลังจากนั้นประมาณ 1 ชม. ผู้ตายก็ลุกขึ้นบอกว่าจะออกมากินข้าว จึงไม่ได้ตามออกมา ไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้ตายตะโกนเอะอะโวยวาย ตนจึงรีบหยิบเอาไฟวิ่งออกมาดู เมื่อมาถึงในระยะประมาณ 10 เมตร ส่องไฟไปเห็นผู้ตายยืนอมปากกระบอกปืนและสองมือกุมบริเวณไกปืนอยู่ตรงหน้าอก จึงพูดอ้อนวอนขอร้องว่าอย่าทำเลยไม่รักเมียแล้วหรือ ผู้ตายหันมามองก่อนลั่นไกปืน ล้มลงเสียชีวิตต่อหน้าตน

บิดามารดาและพี่สาวที่บ้านใกล้กันได้ยินเสียงปืนต่างวิ่งออกมาดูพบว่าผู้ตายนอนสิ้นใจอยู่ใกล้แอ่งน้ำบนถนนเพราะช่วงนั้นฝนตก จึงหามศพผู้ตายมาไว้บนแคร่หน้าบ้านพี่สาว พร้อมแจ้งผู้ใหญ่บ้านทราบ จากการสอบสวนสันนิษฐานว่าผู้ตายมีอาการทางจิต ประกอบความเครียดจึงก่อเหตุดังกล่าว


น้องม่านฟ้าทารกถูกทิ้งถังขยะ คนแห่ขอเป็นบุตรบุญธรรมน้องม่านฟ้าทารกถูกทิ้งถังขยะ คนแห่ขอเป็นบุตรบุญธรรม

(11 ต.ค.) น้องม่านฟ้า เด็กทารกถูกแม่ใจร้ายนำมาวางทิ้งข้างถังขยะ ด้านคนใจบุญแห่สอบถามขอเป็นบุตรบุญธรรม แต่ต้องผ่านตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ล่าสุด ทางพัฒนาสังคมเดินเรื่องเอกสารคาดว่าจะไปอยู่ในความดูแลของบ้านเด็กอ่อนเวียงพิงค์ในวันพรุ่งนี้ น้องม่านฟ้า เป็นขวัญใจของแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ด้วยความน่ารักน่าชังและกินนมเก่ง

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอเหตุการณ์ที่ชาวบ้านพบเด็กทารกเพศหญิงถูกแม่นำมาทิ้งไว้ที่ข้างถังขยะในซอยแห่งหนึ่งของตำบลสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปดูแลที่โรงพยาบาลลานนา และมีการตั้งชื่อเล่นให้หนูน้อยเพศหญิงว่าหนู ม่านฟ้า

ล่าสุดวันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่หนูม่านฟ้าอยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลานนา

คุณจิราลักษณ์ จันทร์กระจาย หน.แผนกสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลลานนา เปิดเผยว่าตอนนี้ หนุม่านฟ้ามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากแรกรับ 3,225 กรัม เป็น 3,270กรัมแล้ว สุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงสมบูรณ์ดี ดื่มนมเก่ง และขับถ่ายได้เป็นปกติ ด้วยความน่ารักน่าชังของหนูม่านฟ้า ทำให้กลายเป็นขวัญใจของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ แม้แต่ผู้ที่มาเยี่ยมไข้ในโรงพยาบาลก็ขอมาชมความน่ารักของหนูน้อยที่ตกเป็นข่าว

ทั้งนี้ น้องม่านฟ้าอยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นอย่างมาก มีทั้งเข้ามาด้วยตนเองเฝ้าดูทุกๆ วัน และโทรศัพท์ อีเมลเข้ามาถามอาการ ซึ่งพบว่ามีหลายครอบครัว อยากขอรับไปอุปการะเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม

แต่ทางโรงพยาบาลลานนา ได้แจ้งให้ปฏิบัติตามแนวทางการขอรับบุตรบุญธรรมกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 จากการประสานงานของทาง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ให้ทางบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.เชียงใหม่ ได้ส่งจดหมายขอเอกสารรับรองเรื่องสุขภาพ จาก รพ.ลานนา เพื่อประกอบเอกสาร ยื่นเสนอแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในการขอรับตัวน้องเข้าบ้านเด็กเวียงพิงค์ ซึ่งเช้านี้ก็เข้ามารับเอกสารไปแล้ว แจ้งว่าอย่างเร็วถ้าได้เอกสารมาแล้ว อาจเข้ามารับตัวเด็กไปดูแลต่อในวันพรุ่งนี้