หมอจีนไม่ท้อวิกฤต 2 ชั่วโมง ปั๊มหัวใจยื้อชีวิตหนุ่มนับหมื่นครั้ง

แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหลิวโจว ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก หลักพวกเขาช่วยกันยื้อชีวิตหนุ่มคนหนึ่งจากความตาย ปั๊มหัวใจเรียกชีพจรกลับคืนนานถึง 2 ชั่วโมง

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า ทีมแพทย์และพยาบาลได้สร้างวีรกรรมอันเด็ดเดี่ยว หลังพยายามช่วยยื้อชีวิตชายหนุ่มคนหนึ่งเอาไว้ ทั้งที่ถูกส่งตัวมาสภาพอาการที่เข้าขั้นวิกฤต แทบหมดลมหายใจและชีพจรหยุดเต้น เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปั๊มหัวใจต่อเนื่องราวๆ 15,000 ครั้ง ตลอด 2 ชั่วโมง จนสามารถช่วยเหลือชีวิตชายคนนี้่เอาไว้ได้

เหตุดังกล่าวที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ออกมานี้ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมแพทย์และพยาบาลที่โรงพยาบาลเมืองหลิวโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้รับตัวคนไข้อาการขั้นวิกฤตเข้ามารับการรักษา ชายหนุ่มวัย 22 ปีอยู่ในสภาพอาการไม่สู้นัก เนื่องจากพบว่าชีพจรของเขาแทบจะหยุดเต้นและมีเพียงลมหายใจอ่อนๆ กำลังเข้าสู่ภาวะช็อกอย่างรุนแรง

ทีมแพทย์และพยาบาลได้ใช้สัญชาตญาณในวิชาชีพรีบช่วยเหลือและยื้อชีวิตอย่างเต็มความสามารถ ผลัดเปลี่ยนกันปั๊มหัวใจเรียกคืนชีพจร พร้อมกับเฝ้าดูความคืบหน้าจากจอเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจอย่างใกล้ชิด มีหลายช่วงที่สามารถเรียกชีพจรกลับมาได้ แต่ชีพจรก็ยังคงอ่อนเกินไป และเสี่ยงที่จะเข้าภาวะวิกฤตได้ทุกเมื่อ

นายแพทย์ซู พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ กระตุ้นให้ชีพจรและอัตราการเต้นหัวใจพ้นเส้นภาวะวิกฤต กระทั่งเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ทีมแพทย์และพยาบาลที่เริ่มเหนื่อยล้าการผลัดเปลี่ยนกันปั๊มหัวใจ แต่ก็ยังไม่ย่อท้อ โดยทั้งเป้ายื้อชีวิตชายหนุ่มคนนี้ต่อไปอีก 30 นาที

ในที่สุดก็ดูเหมือนปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริง ภายหลังจากประมาณ 2 ชั่วโมงวิกฤตที่ทีมแพทย์และพยาบาลช่วยกันยื้อชีวิตหนุ่มคนนี้ ผลัดเปลี่ยนกันปั๊มหัวใจไม่ต่ำกว่า 15,000 ครั้ง ระดับชีพจรและอัตราเต้นของหัวใจก็พ้นภาวะวิกฤต ขณะที่ความดันโลหิตเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าพอใจ ทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลได้รับการย่องยกในการปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยชายหนุ่ม 22 ปีรายนี้ เกิดอาการช็อกหมดสติแบบไร้สาเหตุ ตรวจสอบประวัติก็ไม่พบอาการเจ็บไข้ได้ป่วยมาก่อน ทางสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้ญาติๆ รู้สึกประทับใจแพทย์และพยาบาลที่ช่วยเหลือชีวิตคนอย่างเต็มที่ความสามารถ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยหนุ่มรายนี้ได้ถูกย้ายและยังคงรักษาตัวอยู่ในแผนกไอซียู


หมอจีนไม่ท้อวิกฤต 2 ชั่วโมง ปั๊มหัวใจยื้อชีวิตหนุ่มนับหมื่นครั้ง

แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหลิวโจว ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก หลักพวกเขาช่วยกันยื้อชีวิตหนุ่มคนหนึ่งจากความตาย ปั๊มหัวใจเรียกชีพจรกลับคืนนานถึง 2 ชั่วโมง

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า ทีมแพทย์และพยาบาลได้สร้างวีรกรรมอันเด็ดเดี่ยว หลังพยายามช่วยยื้อชีวิตชายหนุ่มคนหนึ่งเอาไว้ ทั้งที่ถูกส่งตัวมาสภาพอาการที่เข้าขั้นวิกฤต แทบหมดลมหายใจและชีพจรหยุดเต้น เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปั๊มหัวใจต่อเนื่องราวๆ 15,000 ครั้ง ตลอด 2 ชั่วโมง จนสามารถช่วยเหลือชีวิตชายคนนี้่เอาไว้ได้

เหตุดังกล่าวที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ออกมานี้ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมแพทย์และพยาบาลที่โรงพยาบาลเมืองหลิวโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้รับตัวคนไข้อาการขั้นวิกฤตเข้ามารับการรักษา ชายหนุ่มวัย 22 ปีอยู่ในสภาพอาการไม่สู้นัก เนื่องจากพบว่าชีพจรของเขาแทบจะหยุดเต้นและมีเพียงลมหายใจอ่อนๆ กำลังเข้าสู่ภาวะช็อกอย่างรุนแรง

ทีมแพทย์และพยาบาลได้ใช้สัญชาตญาณในวิชาชีพรีบช่วยเหลือและยื้อชีวิตอย่างเต็มความสามารถ ผลัดเปลี่ยนกันปั๊มหัวใจเรียกคืนชีพจร พร้อมกับเฝ้าดูความคืบหน้าจากจอเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจอย่างใกล้ชิด มีหลายช่วงที่สามารถเรียกชีพจรกลับมาได้ แต่ชีพจรก็ยังคงอ่อนเกินไป และเสี่ยงที่จะเข้าภาวะวิกฤตได้ทุกเมื่อ

นายแพทย์ซู พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ กระตุ้นให้ชีพจรและอัตราการเต้นหัวใจพ้นเส้นภาวะวิกฤต กระทั่งเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ทีมแพทย์และพยาบาลที่เริ่มเหนื่อยล้าการผลัดเปลี่ยนกันปั๊มหัวใจ แต่ก็ยังไม่ย่อท้อ โดยทั้งเป้ายื้อชีวิตชายหนุ่มคนนี้ต่อไปอีก 30 นาที

ในที่สุดก็ดูเหมือนปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริง ภายหลังจากประมาณ 2 ชั่วโมงวิกฤตที่ทีมแพทย์และพยาบาลช่วยกันยื้อชีวิตหนุ่มคนนี้ ผลัดเปลี่ยนกันปั๊มหัวใจไม่ต่ำกว่า 15,000 ครั้ง ระดับชีพจรและอัตราเต้นของหัวใจก็พ้นภาวะวิกฤต ขณะที่ความดันโลหิตเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าพอใจ ทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลได้รับการย่องยกในการปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยชายหนุ่ม 22 ปีรายนี้ เกิดอาการช็อกหมดสติแบบไร้สาเหตุ ตรวจสอบประวัติก็ไม่พบอาการเจ็บไข้ได้ป่วยมาก่อน ทางสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้ญาติๆ รู้สึกประทับใจแพทย์และพยาบาลที่ช่วยเหลือชีวิตคนอย่างเต็มที่ความสามารถ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยหนุ่มรายนี้ได้ถูกย้ายและยังคงรักษาตัวอยู่ในแผนกไอซียู