ฝันสลายฮอกไกโด แห่แจ้งความ โพสต์ท่าถ่ายรูปป้ายสถานีตำรวจ

61 ลูกทัวร์ไทยไปฮอกไกโดฝันสลาย ถูกบริษัททัวร์ลอยแพกลางสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่บางคนพากันถ่ายรูปกับป้ายสถานีตำรวจแทนสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อปลอบใจตัวเอง

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (20 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เกิดเหตุบริษัททัวร์ลอยแพลูกทัวร์ไปฮอกไกโด ฝันสลาย แห่ถ่ายรูป โพสต์ท่ากับป้ายสถานีตำรวจ

บรรดาลูกทัวร์ไทย ชาวนครราชสีมา โพสต์ท่าทางต่างๆ เพื่อถ่ายรูปกับป้ายสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แทนการเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ภายหลังจากที่กลุ่มลูกทัวร์ชาวจังหวัดนครราชสีมาทั้งหมด 61 ท่าน ต้องพากันเดินทางมากรอกเอกสารแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

โดยมี พ.ต.อ.พิจิตร อังศุภานิช ผู้กำกับสอบสวน กองบังคับการสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เป็นหัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนบูรนาการในการรับแจ้งความ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกองกับกำการ 6 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหายทั้ง 61 คน

น.ส.ณัฐชา หนึ่งในผู้เสียหายออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองและกลุ่มเพื่อนๆ พนักงานภายบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ทั้งหมด 61 คน ได้วางแผนกำหนดการจะเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น จึงได้ติดต่อบริษัททัวร์แห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา แห่งหนึ่งที่เคยให้จัดนำเที่ยวกับทางพนักงานของทางบริษัทมาก่อนหน้านี้ ได้เข้ามาจัดกรุ๊ปทัวร์นำเที่ยวเมืองฮอกไกโดอีกครั้ง

โดยมีโปรแกรมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย พร้อมกับที่พัก รวมถึงค่าเครื่องบินไปกลับ และยังมีบริการรถทัวร์ขึ้นจาก จ.นครราชสีมา มาส่งยังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยคิดค่าหัว หัวละ 30,000 บาท ต่อคน รวมเป็นเงินแล้วกว่า 1.8 ล้านบาท จึงมีการตอบตกลง และจะออกเดินทางวันที่ 20 ต.ค. 60 – วันที่ 24 ต.ค. 60 ด้วยสายการบินไทย โดยแบ่งจ่ายเงินทั้งหมด 3 งวด

จนกระทั่งวันนี้ซึ่งเป็นกำหนดการเดินทางของทัวร์กลุ่มนี้ เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผู้ที่นำเที่ยวได้แจ้งกับทุกคนว่าให้เข้าไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบินไทยได้เลย โดยไม่ต้องใช้ตั๋วแต่อย่างใด

และเมื่อพากันไปติดต่อเจ้าหน้าที่การบินไทยที่เคาน์เตอร์ กลับพบว่าไม่มีชื่อการจองซื้อตั๋วกับการบินไทยไว้แต่อย่างใด และเมื่อหันมามองหาผู้นำเที่ยวหรือเจ้าของบริษัททัวร์รายนี้ กลับไม่พบตัวและเมื่อพยายามติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ก็ไม่รับสาย จึงพากันมาแจ้งความในครั้งนี้

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกองบังคับการ 6 กองกำกับการตำรวจท่องเที่ยว ได้เข้าควบคุมตัว นายพัชร์ฐณัฐ อายุ 31 ปี ผู้ที่ดูแลลูกทัวร์กลุ่มนี้มาสอบปากคำที่ สภ.

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้คุมตัวสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนข้อหาฉ้อโกงนั้นจะต้องรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่งไปยังตำรวจท้องที่ จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้จะได้ให้บริษัททัวร์แห่งนี้คืนเงินให้กับผู้เสียหายทั้งหมดอีกด้วย