มองโลกในแง่ดี! เฮียมูไม่โทษแข้งผีแม้บุกแพ้บาเซิ่ล 0-1

ไม่มีคำตำหนิใดๆ ออกมาจากปากของ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ “ปีศาจแดง” ที่แม้โดน บาเซิ่ล เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ 1-0 ยังต้องลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์นัดสุดท้าย  โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในคึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิเสธที่จะตำหนิลุกทีม แม้ต้องเป็นฝ่ายบุกแพ้ เอฟซี บาเซิ่ล ถึงดินแดนสวิสฯ ด้วยสกร์ 0-1 ในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ เมื่อวันพุธ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โชเซ่ มูรินโญ่

”ปีศาจแดง” ชนะรวดทั้ง 4 นัดแรก รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ขอเพียงแค่คะแนนเดียวในเกมนี้ก็จะการันตีการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ทันที โดยแม้มีโอกาสได้ประตูออกนำหลายครั้งทั้งลูกโหม่งของ มารูยาน เฟลไลนี่ (ชนเสา) และลุกยิงไกลของ มาร์กอส โรโฮ (ชนคาน) ในครึ่งแรก แต่กลับมาโดนทีเด็ดของเจ้าถิ่นจาก ไมเคิ่น ลังก์ ยิงประชียก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียว อย่างไรก้ตาม ”เดอะ สเปเชียล วัน”ปฏิเสธที่จะตำหนิลูกทีม โดยกล่าวว่า เราเล่นกับทีมที่เล่นถึง 5 กองหลัง เราพยายามวางหมากให้ 3 แนวแนวรุกเล่นเกมโต้กลับเร็วในครึ่งแรก เพราะพวกเขาไม่สามารถจัดการกับเราได้”

“เราทำประตูไม่ได้ในครึ่งหลัง ซึ่งลูกดียวก็เพียงพอแล้ว อาจเพราะช่วง75 นาที หรือ 80 นาที เราทำกันไม่ได้ ดังนั้นไม่ใช่เวลาที่จะพยายามเอาชนะ มันเป็นเวลาที่จะต้องคุมเกมเอาไว้ แต่สุดท้ายเราก็โดนจนได้ มันเป็นเรื่องยากที่จะตำหนิใคร มันเป็นแค่เรื่องฟุตบอล”ทั้งนี้ “ปีศาจแดง” ยังคงรั้งจ่าฝูงของกลุ่มเอ มีอยู่ 12 คะแนน ซึ่งพวกเขาต้องการอีก 1 แต้มเพื้อจะทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ โดยมีโปรแกรมส่งท้ายด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับ ซีเอสเคเอ มอสโก จากรัสเซีย ในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน นี้

สาวโพสต์เฟซบุ๊ก เรียกใช้ GrabBike ถูกวินมอเตอร์ไซค์ไล่ทำร้าย

สาวโพสต์เฟซบุ๊กเรียกใช้บริการ “GrabBike” กลับถูกวินมอเตอร์ไซค์ คว้าไม้หน้าสามไล่ตามทำร้าย ขณะเจ้าตัวรับเพื่อความสะใจ อารมณ์ชั่ววูบ-คิดสนุก ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Hataiwan Yasuta (ป๋าปอ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าถูกคนขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างขับรถตามมาเพื่อจะทำร้ายร่างกายตัวผู้โพสต์เองและคนขับแกร็บรถจักรยานยนต์ที่เธอเรียกใช้บริการ

โดยเนื้อหาข้อความที่โพสต์ ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 17.20 น. ของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ตนเรียกใช้บริการแกร็บจักรยานยนต์ (GrabBike) จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านอโศก เพื่อให้ไปส่งรัชดาภิเษกซอย 3 เมื่อคนขับรถแกร็บจักรยานยนต์ ขับมาถึงช่วงห้างฟอร์จูน สังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ป้ายทะเบียนสีเหลืองขับตามมา มีคนขับและคนซ้อนมา 2 คน ปิดหน้าตามิดชิด ตนสังเกตเห็นว่าคนซ้อนพกไม้ขนาด 4 นิ้ว ยาวประมาณ 1 เมตร มาด้วย

เมื่อแกร็บจักรยานยนต์ขับพาตนเองเข้ามาในซอย คนซ้อนท้ายจักรยานยนต์ได้ใช้ไม้ฟาดมาที่รถที่ตนนั่งอยู่ แต่โชคดีที่หลบทัน คนขับแกร็บจักรยานยนต์ก็พยายามขับหลบหนี วินรถจักรยานยนต์ป้ายทะเบียนสีเหลืองก็ยังขับไล่ตามมาจะทำร้ายอีก ตนจึงขู่ว่าจะแจ้งตำรวจ ทำให้รถจักรยานยนต์คู่กรณีขับหนีไป หลังจากที่ตนกลับถึงห้องพักแล้ว จึงได้โทรศัพท์คุยกับเพื่อน เพื่อนมารับไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ห้วยขวาง ไว้

หลังจากนั้นก็ลองขับรถไปตามหาวินรถจักรยานยนต์ที่ต้องสงสัย สังเกตเห็นวินรถจักรยานยนต์บริเวณอาคารแห่งหนึ่งย่านอโศก ก็เจอคนที่ลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่ไล่ตามมา จึงนัดเจอกับแกร็บจักรยานยนต์ เพื่อมาชี้ตัวผู้ต้องสงสัย และประสานแจ้งตำรวจ สน.ลุมพินี มาร่วมตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยวิ่งหนีเข้าไปในตึก และประมาณ 20 นาที จึงออกมามอบตัว ตำรวจจึงคุมตัวส่ง สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดี

จากการสอบถาม ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน อ้างว่าทำเพื่อความสะใจ อารมณ์ชั่ววูบ คิดสนุกเฉยๆ ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จึงแจ้งข้อหาวินรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คน คนละ 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น กับ ข่มขู่ ส่วนแกร็บจักรยานยนต์ที่ไปส่งตนนั้น ถูกปรับเป็นเงิน 1,000 บาท เนื่องจากแกร็บเป็นรถที่ยังไม่ถูกกฎหมาย ใช้งานรถผิดประเภท ทะเบียนรถยังไม่ใช่ป้ายทะเบียนสีเหลือง

หนุ่มน้อยใจแฟนสาว ใช้ถุงพลาสติกครอบหัว ฆ่าตัวตาย ในโรงแรม

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวที่รู้จักกันทางไลน์ หลังจากสาวจับได้ว่าติดกาว จึงขอเลิก ตัดสินใจจบชีวิตด้วยการใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะตัวเอง ขาดอากาศหายใจ ตายในห้องน้ำโรงแรม

เมื่อเวลา 14.50 น.วันที่ 20 พ.ย. 60 ร.ต.อ.จักรพล ใจเชื่อม ร้อยเวรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิตในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นโรงแรมก่อสร้างแบบชั้นเดียว ในห้องพักห้องหนึ่งพบศพผู้เสียชีวิต เป็นชายนอนหงายที่พื้นหน้าห้องน้ำ มีถุงพลาสติกแบบหูหิ้วครอบศีรษะอยู่

จากการตรวจในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงกระเป๋าเอกสารสีดำอยู่บนโต๊ะ ภายในกระเป๋าพบบัตรประชาชน ทราบชื่อ นายมานล อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญ นำศพส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ ให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบสวนทราบว่า นายมานลได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาพักในโรงแรมดังกล่าวตั้งแต่เวลา 10.30 น. วันที่ 19 พ.ย. พร้อมซื้อขนมของโรงแรมเข้าไปกินในห้องพัก จนกระทั่งบ่ายของวันนี้ (20 พ.ย.) ทางพนักงานยังไม่เห็นนายมานลออกจากห้องพัก จึงเคาะประตูเรียก แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบ ทางโรงแรมจึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป ก็พบว่านายมานลนอนเสียชีวิต

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจมาจากน้อยใจแฟนสาวที่รู้จักกันในไลน์ แต่สาวรู้ว่าเจ้าตัวติดดมกาวเลยขอเลิกคบ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องรอการสอบสวนจากผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง

รถพ่วงชนรถกระบะรับส่งนักเรียน เด็กชายหญิงวัย 13 ปี เสียชีวิต 2 ราย

เกิดเหตุรถพ่วง ชนท้ายรถกระบะรับส่งนักเรียน เด็กเสียชีวิต 2 รายในที่เกิดเหตุ ที่บ้านยางกู่ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

(20 พ.ย.) เวลา 17.30 น. พ.ต.ท.อนุวัตร บุญวิเศษ รองผกก.สอบสวน พนักงานสอบสวนเวร สภ.ธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุว่า เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บ้านยางกู่ ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี เดินทางไปที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 70 – 1890 ร้อยเอ็ด คนขับคือ นายปัณณวัตร อายุ 23 ปี ชนกับรถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน บร 8078 ร้อยเอ็ด ที่มี นายทะนงศักดิ์ อายุ 39 ปี ภารโรงโรงเรียนบ้านยางกู่ เป็นคนขับ

พบว่ารถทั้ง 2 คัน เสียหลักพลิกคว่ำตกถนน และด้านหน้ารถพ่วงมีรถกระบะหมายเลขทะเบียน บง 8078 รอ. ถูกชนติดอยู่เสียหายทั้งคัน บนขอบทางพบศพ ด.ช.พันธมิตร อายุ 13 ปี และที่ท้ายรถกระบะพบศพ ด.ญ.อภัชญา อายุ 13 ปี จึงชันสูตรร่วมกับแพทย์

ในขณะที่ เด็กนักเรียนอีก 2 คน คือ ด.ช.ปฎิพล อายุ 12 ขวบ และเด็กหญิงจรินพร อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด พร้อมกับนายทะนงศักดิ์ อายุ 39 ปี ภารโรงโรงเรียนบ้านยางกู่ เจ้าของรถกระบะได้รับบาดเจ็บด้วย ในขณะที่คนขับรถ 18 ล้อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถกระบะวิ่งอยู่ข้างหน้า มุ่งหน้าเข้ามาทางเมืองร้อยเอ็ด โดยมีรถ 18 ล้อ วิ่งตามหลังมา แล้วจู่ๆ ก็เกิดวิ่งเข้าเสยท้ายรถกระบะ จนรถพลิกคว่ำตกถนนทั้ง 2 คัน จนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบสวนข้อเท็จจริงที่ชัดเจนต่อไป

รวบแก๊ง “หลวงปู่เณรโต” สร้างวัตถุมงคลหาเงินเข้ากระเป๋า

กองปราบ รวบแก๊ง”หลวงปู่เณรโต” อ้างอุตริมีญาณทิพย์หยั่งรู้อนาคต จัดสร้างวัตถุมงคลหาเงินเข้ากระเป๋า

(19 พ.ย.) ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม พระถนอมแสง หรือ หลวงปู่เณรโต อายุ 27 ปี ชาว จ.นครราชสีมา นางนวรัตน์ อายุ 70 ปี ชาว กทม. และ นายนดล หรือ ใหญ่ อายุ 53 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ลงวันที่ 17 พ.ย. 2560 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยจับกุม พระถนอมแสง ได้ที่กุฏิพระภายในวัดเลียบราษฎร์บำรุง ย่านบางซื่อ

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อ 2-3 ปี ก่อน พระถนอมแสง สมสวย หรือ หลวงปู่เณรโต ซึ่งขณะนั้นเป็นพระลูกวัดอยู่ที่ วัดบ้านบัวน้อย อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้มีพฤติการณ์อวดอ้างอุตริว่ามีญาณทิพย์หยั่งรู้เรื่องราวในอนาคตได้ ก่อนจะร่วมกับพวกอีก 2 คน คือนางนวรัตน์ แม่บุญธรรม ซึ่งอ้างว่าเป็นร่างทรงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลอกลวงฉ้อโกงประชาชนโดยการจัดสร้างพระประทานสมเด็จพระเจ้าตากสิน และเหรียญหลวงปู่เณรโต สิริวัณโณ รุ่นที่ 1 ปล่อยให้ชาวบ้านเช่าบูชา ในราคาองค์ละ 2,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นการหารายได้เข้าบูรณปฏิสังขรณ์อาคารต่างๆ ภายในวัด ต่อมาชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ทราบว่าหลวงปู่เณรโต นำเงินรายได้จากการจัดสร้างวัตถุมงคล ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว จึงแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ กระทั่งมีการออกหมายจับ

จากการสอบสวน นายถนอมแสง หรือ อดีตพระหลวงปู่เณรโต ได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่เคยรอวดอุตริ อ้างว่ามีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ

โซเชียลติง สระบุรีสร้างมาสคอตรูปวัวตัวละแสน งบรวมสูงถึง 20 ล้านบาท

เกิดกระแสหนัก หลัง จ.สระบุรีสร้างมาสคอตรูปวัว ตัวละ 1 แสนบาท ซึ่งมีขนาดตัวละ 1.2 เมตร และขนาด 1.8 เมตร รวมถึงมีการจ้างประชาสัมพันธ์เปิดตัวถึง 3 ล้านบาท รวมงบประมาณ 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.60 โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากเพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน กันเป็นจำนวนมาก หลังได้โพสต์เรื่องการสร้างมาสคอตวัวตัวละ 1 แสนบาท ของจังหวัดสระบุรี จนทำทำให้โซเชียลตั้งคำถามว่าราคานี้สูงเกินไป รวมถึงเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณหรือไม่ พร้อมรายละเอียดระบุว่า…

“จังหวัดสระบุรีจ้างทำมาสคอตรูปวัวเพื่อสร้างเอกลักษณ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว มีสองขนาด ขนาดความสูง 1.2 เมตร ตัวกระจ้อยราคากลางตัวละ 110,000 บาท ทำ 120 ตัว ตกเป็นเงิน 13,200,000 บาท กับขนาด 1.8 เมตร ตัวละ 170,000 บาท จำนวน 21 ตัว เป็นเงิน 3,570,000 บาท รวมสองวัวตั้งเป็นงบประมาณ 16,770,000 บาท มีผู้เข้าเสนอราคารายเดียว ทำสัญญาจ้างวงเงิน 16,740,000 บาท เป็นรายที่ใช้ราคาในการกำหนดราคากลาง

นอกจากค่าตัววัว 16.7 ล้าน ยังมีรายการจ้างแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์เปิดตัววัวแยกไปอีกโครงการเป็นเงิน 3,050,000 บาท เรื่องวัวนี้เบ็ดเสร็จเป็นเงิน 20 ล้านบาท”

ในเวลาต่อมาทางเพจยังได้นำเสนอเรื่องราวการสร้างรูปปั้นวัวขนาด 1.8 เมตร โดยบอกอีกว่า “ตัวนี้โหดกว่า สูง 1.8 เมตร ราคากลางตัวละ 170,000 บาท สั่งทำ 21 ตัว พร้อมฐานก็องแก๊งเป็นเงิน 3.75 ล้าน รวมกับตัว 1.2 เมตร อีก 120 ตัว เป็นเงิน 16.7 ล้าน ค่าอีเว้นต์เปิดตัวอีก 3 ล้านกว่า สรุปเป็นตัวเลขกลม ๆ จบที่ 20 ล้าน วัวนี้ชื่อ “น้องใจบุญ” ผลงานสร้างสรรค์ของจังหวัดสระบุรีโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด”

อย่างไรก็ตาม หลังโซเชียลตั้งถามกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนบางส่วน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้ เพื่อให้ประชาชนทราบและเข้าใจอย่างถูกต้อง

พบแล้ว 2 นักท่องเที่ยวชาวสเปน หลงป่าเขาใหญ่ สภาพอิดโรย

2 นักท่องเที่ยวชาวสเปน หลงป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หลังเดินโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ ล่าสุด ติดตามตัวจนพบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวานนี้ (18 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.00 น. ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับแจ้งข่าวจาก สายด่วน 1155 ตำรวจท่องเที่ยวนครราชสีมาว่า มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 2 คน ชายและหญิง ทราบชื่อภายหลัง คือ Mr.Jorge Iribas Cerda และ Mrs. Monreal Lago ชาวสเปน เดินหลงป่าบริเวณเส้นทางน้ำตกเหวสุวัต-น้ำตกเหวประทุน แล้วขาดการติดต่อ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จึงได้สั่งการให้ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรจัดเจ้าหน้าที่ระดมกำลังและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ซึ่งในเวลาต่อมา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้รับการติดต่อจากมิสเตอร์จอร์จ หนึ่งในนักท่องเที่ยวที่หลงป่า เพื่อสอบถามหาพิกัดในป่า จึงได้ข้อมูลว่านักท่องเที่ยวได้แอบเดินป่าเองโดยไม่มีเจ้าหน้าที่นำทาง จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 17 พ.ย. แล้วเลี้ยวซ้ายจึงเห็นน้ำตก พบป่าไผ่แล้วหลงทาง เป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ช่วงเวลากลางคืนนอนพักอยู่ริมน้ำและไม่ได้กินอาหาร

ด้าน นายวิรัช ลพรลีแสงสุวรรณ ผอ.ส่วนอุทยานที่ 1 ปราจีนบุรี นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมประชุมวางแผนจัดชุดเข้าค้นหานักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จัดเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาด้วยการเดินเท้าเข้าสำรวจและติดตามร่องรอย โดยเริ่มจากเส้นทางเดินน้ำตกเหวสุวัต แบ่งออกเป็นทีมค้นหา จำนวน 4 ทีม ทีมละ 4 คน และมีรถพยาบาลกู้ภัยประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รอประจำอยู่ที่จุดน้ำตกเหวสุวัต

และเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการนอน ณ บริเวณน้ำตกเหวประทุน จนในที่สุดเจ้าหน้าที่พบรอยเท้าของนักท่องเที่ยวมุ่งหน้ามายังน้ำตกเหวสุวัตหลังจากการเดินค้นหา ในที่สุดเจ้าหน้าที่ได้พบนักท่องเที่ยวที่เดินหลงป่า ซึ่งอยู่ห่างน้ำตกเหวสุวัต ประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้นำนักท่องเที่ยวออกจากป่าเพื่อทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยนักท่องเที่ยวปลอดภัยสามารถเดินเองได้ และให้นักท่องเที่ยวรับประทานอาหาร ก่อนเตรียมความพร้อมเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับรายละ 1000 บาท ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ ม.18 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน

“หมอดิว” ตัวจริงโร่พบตำรวจ หลังถูกหมอคลินิกเถื่อนแอบอ้างชื่อ

“หมอดิว” ตัวจริงโร่พบตำรวจ หลังถูกอ้างชื่อเปิดคลินิกเสริมความงามเถื่อน ผ่าตัดเสริมหน้าอกจนสาวประเภทสอง เสียชีวิต

(14 พ.ย.) ที่ สภ.เขลาค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง นพ.จิรเดช หรือ หมอดิว อายุ 31 ปี แพทย์ศัลยกรรมชื่อดังชาวกรุงเทพ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.ณฐชนนท์ เพ็งสิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เขลางค์นคร หลังถูก นายธนัชพงศ์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลำปางในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา ได้แอบอ้างใช้ชื่อในการเปิดคลินิกเถื่อนชื่อ “ดีไวน์คลินิกเวชกรรม” และทำการผ่าตัดเสริมทรวงอกสาวประเภทสองชาว จ.ลำพูน จนเสียชีวิต

ซึ่งหลังเกิดเหตุได้มีผู้เสียหายหลายคนที่เคยใช้บริการในคลินิก รวมถึงพนักงานในคลินิกได้ให้การว่าแพทย์คนที่ประจำอยู่คลินิกและทำการผ่าตัดนั้นชื่อ หมอดิว หรือ นพ.จิรเดช โดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจค้นภายในคลินิกก็พบว่าภายในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อกราวหมอซึ่งมีชื่อ นพ.จิรเดช ปักที่หน้าอกเสื้อด้านขวา ส่วนด้านซ้ายปักคำว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทาง สภ.เขลางค์นคร จึงได้เชิญ นพ.จิรเดช มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดย นพ.จิรเดช กล่าวว่าในการเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ได้มาให้ปากคำในฐานะพยานและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลินิกเถื่อนดังกล่าว อีกทั้งยังได้มีการแอบอ้างใช้ชื่อตนเองในการเปิดคลินิกเถื่อน ซึ่งก็ได้เตรียมหลักฐานต่างๆ รวมถึงเสื้อกาวน์มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วน นายธนัชพงศ์ หรือ เบญ ผู้ต้องหาที่แอบอ้างใช้ชื่อตนเองนั้น ตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนที่เคยรู้จักหรือไม่ ซึ่งเมื่อ 2-3 ปีก่อนตนได้เคยไปช่วยงานในคลินิกแห่งหนึ่งย่านห้วยขวางที่กรุงเทพคาดว่าน่าจะเป็นคลินิกที่ผู้ต้องหาเคยเปิด และใช้ชื่อว่านายกิม

นอกจากนี้ ยืนยันว่าเสื้อกาวน์ที่เจ้าหน้าที่พบภายในคลินิกเถื่อนแล้วผู้ต้องหาอ้างว่าติดมาตอนขนของย้ายมาที่ลำปางนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะเสื้อที่พบนั้นเป็นเสื้อแบบที่ใส่ตอนฝึกงาน ขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 6 และเสื้อตัวจริงก็จะปักแค่ชื่อ ไม่มีคำนำหน้าว่านายแพทย์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะทำเสื้อขึ้นมาใหม่และปักชื่อแอบอ้างใช้ชื่อตนในการเปิดคลินิกเถื่อน โดยก็ยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้จะได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กรุงเทพเพื่อการสะดวกในการเดินทางในการแจ้งความเอาผิดและดำเนินคดีกับ นายธนัชพงศ์ ผู้ต้องหาที่แอบอ้างใช้ชื่อจนตนเองได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากอีกด้วย

ขอบคุณที่มาของภาพ : S NAEW!

จำลองเหตุการณ์ หมอยอร์นขับรถชน รปภ. ตร.มั่นใจเอาผิดได้

รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์เวลาเดียวกับตอนเกิดเหตุ พบแสงสว่างเพียงพอ คำให้การอ้างมองไม่เห็นจึงฟังไม่ขึ้น เผยไร้ร่องรอยเหยียบเบรกก่อนชน พร้อมมั่นใจมีหลักฐานและพยานชัดเจนเอาผิดได้

วันที่ 15 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมด้วยผู้เห็นเหตุการณ์ลงพื้นที่เกิดเหตุโดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถยนต์เพื่อจำลองเหตุการณ์ โดยให้ใช้แสงไฟที่ส่องสว่างตามเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ ซึ่งประตูด้านซ้ายเริ่มปิดและอยู่ระหว่างขั้นตอนที่จะคล้องโซ่ มีการกำหนดจุดเช็คความมืดระยะจากประตูจุดที่ 1 ห้าเมตรแรก

จุดที่ 2 สิบเมตร และจุดที่ 3 สิบห้าเมตร จากนั้นได้เริ่มขับรถยนต์เปิดไฟหน้าจากจุดแต่ละจุด เพื่อตรวจสอบไฟที่ส่องมาที่ประตูว่าสามารถเห็นว่าประตูหรือไม่ จากนั้นได้เคลื่อนรถชนประตูและทำลักษณะการเปิดของประตูในคืนเกิดเหตุ จนรถยนต์มาชน รปภ.ที่จุดแรกและเคลื่อนทับไปบนร่าง รปภ. เจ้าหน้าที่ได้ทดลองนั่งตรงที่นั่งผู้ขับว่าสามารถมองผ่านกระจกหน้าต่างเห็นร่าง รปภ.หรือไม่

ผลปรากฏว่ามองเห็นร่าง รปภ.ที่นอนอยู่ใต้ท้องรถ แต่กระจกมองข้างไม่สามารถมองเห็น จากนั้นรถได้เคลื่อนตัวโดยมีร่าง รปภ.ติดอยู่ที่ล้อด้านหลังจนมาหยุดที่ใกล้ขอบทางและก่อนถึงลูกระนาดชะลอความเร็วรถ จากนั้นประมาณ 10 วินาทีผู้ขับขี่จึงได้ลงมาพยายามดึงร่าง รปภ.แต่ไม่สามารถดึงออกมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้ามาช่วยเหลือและนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย กล่าวว่า ตรวจสอบแสงสว่างจุดเกิดเหตุ พบว่าแสดงสว่างชัดเจนในระยะ 100 เมตร ประกอบกับไฟหน้ารถ และชุดแต่งกายของ รปภ.เป็นเสื้อสีขาว ตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาที่ว่ามองไม่เห็น จึงไม่สามารถกล่าวอ้างได้

ด้านหน้าประตูไม่พบร่องรอยการเหยียบเบรกก่อนชน รถวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ทำให้สลักประตูหลุดแล้ว รปภ.ที่อยู่ด้านหลังประตูกระเด็นออกมา มั่นใจตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดได้ ส่วนเรื่องที่มีการติดต่อตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตนไม่ทราบเรื่อง ผู้ต้องหามีตำแหน่งทางราชการก็ต้องดำเนินคดีแบบตรงไปตรงมาตามหลักฐานที่ปรากฏอย่างแน่นอน

เกษตรกรจันทบุรี พบหนอนตัวแบน ลักษณะคล้ายหนอนนิวกีนี

เกษตรจังหวัดจันทบุรีพบหนอนตัวแบน ลักษณะคล้ายหนอนนิวกีนี อาศัยอยู่ที่ชุ่มชื้นในจันทบุรี แต่ยังไม่พบข้อมูลทางวิชาการที่ยืนยัน อันตรายต่อระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 60 เวลา 13.30 น. นายปิยะ สมัครพงษ์ รักษาราชการแทน เกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้นำสื่อมวลชนดูหนอนตัวแบนที่ประชาชนพบเห็นแล้วจับส่งให้สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี เพื่อพิสูจน์ว่าใช่หนอนตัวแบนนิวกินีที่เป็นข่าวหรือไม่ ซึ่งหนอนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายหนอนตัวแบนนิวกินีที่เป็นข่าว มีสีดำอีกทั้งมีการกินหอยทากเป็นอาหารเช่นกัน

โดยเกษตรกรพบในที่ชื้นบริเวณแปลงปลูกผัก ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูฝน เกษตรกรและประชาชนก็เคยมีคนพบเห็น หนอนตัวแบนสีดําลักษณะดังกล่าวอาศัยอยู่ บริเวณที่ชื้นใต้กระถ่างต้นไม้หรือใต้เศษวัสดุในสวนผลไม้ที่มีความชุ่มชื้น และพบเห็นมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่มั่นใจว่าใช่หนอนตัวแบนนิวกินีที่มีอันตรายหรือเปล่า

ทั้งนี้ นายปิยะ สมัครพงษ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ รักษาราชการแทน เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า การพบหนอนตัวแบนดังกล่าว มีเกษตรกรและ ประชาชนพบเห็นมานานหลายปีแล้วแต่ไม่มาก และไม่มั่นใจว่าใช่หนอนแบนนิวกินีหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรอย่าได้ตื่นตระหนก เพราะยังไม่มีข้อมูล ทางวิชาการที่วิจัยว่าเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ