พาเลซเล็งถกจิ้งจอกขายทาวน์เซนด์

มิร์เรอร์

เดอะ มิร์เรอร์” หนังสือพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ รายงานข่าวว่า คริสตัล พาเลซ สโมสรจากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมเจรจากับ เลสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีก ในเรื่องขาย แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ปีกชาวอังกฤษ ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคมปีหน้า

ในตอนนี้ พาเลซ กำลังรั้งตำแหน่งบ๊วยของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก โดยยังคว้าแต้มไม่ได้เลยจาก 7 นัด ตามหลัง เลสเตอร์ อันดับ 17 อยู่ 5 คะแนน

ล่าสุด มีรายงานว่า พาเลซ เตรียมพูดคุยกับ เลสเตอร์ ในเรื่องปล่อย ทาวน์เซนด์ เพื่อหวังนำเงินที่ได้มาซื้อดาวยิงตัวใหม่มาช่วยให้ทีมอยู่รอดในลีกต่อไปในฤดูกาลหน้าให้ได้


ลุงนักปั่นวัย 56 ปี จากภูเก็ตถึง กทม.กราบพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 แล้ว

นักปั่นจักรยาน วัย 56 ปีจากภูเก็ต ใช้เวลา 8 วัน เข้ากราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 เผย พระองค์ทรงเป็นเหมือนพ่อคนหนึ่ง

บรรยากาศที่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ขณะนี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางนำพวงมาลัยดอกไม้ มากราบถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ ได้นำเต็นท์มาตั้งไว้สำหรับให้สื่อมวลชน และประชาชนหลบได้ฝน

นายทนงศิลป์ สามัคคี อายุ 56 ปี ปั่นจักรยานมาจากจังหวัดภูเก็ต เพื่อตั้งใจมาแสดงความจงรักภักดีแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งถือเป็นโชคดีที่วันนี้สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนนำพวงมาลัยดอกไม้มากราบถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เป็นวันแรก จึงได้ซื้อพวงมาลัย เพื่อมาสักการะ

นายทนงศิลป์ กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ตั้งใจจะมากราบพระองค์ท่าน เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งครั้งแรกได้มีโอกาสเข้ามากราบในพระบรมมหาราชวัง แต่ครั้งนี้แม้จะต้องมากราบเพียงพระบรมฉายาลักษณ์ก็ยังดี พร้อมกันนี้จะรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาที่คุณ ที่พระองค์มีต่อประชาชนคนไทย ได้มีอาชีพอยู่กินจนถึงทุกวันนี้

เปรียบเสมือนเป็นพ่อคนหนึ่งของตนเอง และเชื่อว่า เพราะพระบารมีของพระองค์ท่านทำให้การเดินทางมาในครั้งนี้ไม่รู้สึกปวดเมื่อย หรือป่วยไข้เลย

นอกจากนี้ นายทนงศักดิ์ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจทางหลวง ที่คอยอำนวยความสะดวก รักษาความปลอดภัยและให้พักผ่อนค้างคืนที่ตำรวจทางหลวง มาตลอดการเดินทางในครั้งนี้


น้องม่านฟ้าทารกถูกทิ้งถังขยะ คนแห่ขอเป็นบุตรบุญธรรมน้องม่านฟ้าทารกถูกทิ้งถังขยะ คนแห่ขอเป็นบุตรบุญธรรม

(11 ต.ค.) น้องม่านฟ้า เด็กทารกถูกแม่ใจร้ายนำมาวางทิ้งข้างถังขยะ ด้านคนใจบุญแห่สอบถามขอเป็นบุตรบุญธรรม แต่ต้องผ่านตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ล่าสุด ทางพัฒนาสังคมเดินเรื่องเอกสารคาดว่าจะไปอยู่ในความดูแลของบ้านเด็กอ่อนเวียงพิงค์ในวันพรุ่งนี้ น้องม่านฟ้า เป็นขวัญใจของแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ด้วยความน่ารักน่าชังและกินนมเก่ง

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอเหตุการณ์ที่ชาวบ้านพบเด็กทารกเพศหญิงถูกแม่นำมาทิ้งไว้ที่ข้างถังขยะในซอยแห่งหนึ่งของตำบลสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปดูแลที่โรงพยาบาลลานนา และมีการตั้งชื่อเล่นให้หนูน้อยเพศหญิงว่าหนู ม่านฟ้า

ล่าสุดวันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่หนูม่านฟ้าอยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลานนา

คุณจิราลักษณ์ จันทร์กระจาย หน.แผนกสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลลานนา เปิดเผยว่าตอนนี้ หนุม่านฟ้ามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากแรกรับ 3,225 กรัม เป็น 3,270กรัมแล้ว สุขภาพโดยทั่วไปแข็งแรงสมบูรณ์ดี ดื่มนมเก่ง และขับถ่ายได้เป็นปกติ ด้วยความน่ารักน่าชังของหนูม่านฟ้า ทำให้กลายเป็นขวัญใจของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ แม้แต่ผู้ที่มาเยี่ยมไข้ในโรงพยาบาลก็ขอมาชมความน่ารักของหนูน้อยที่ตกเป็นข่าว

ทั้งนี้ น้องม่านฟ้าอยู่ในความสนใจของประชาชน เป็นอย่างมาก มีทั้งเข้ามาด้วยตนเองเฝ้าดูทุกๆ วัน และโทรศัพท์ อีเมลเข้ามาถามอาการ ซึ่งพบว่ามีหลายครอบครัว อยากขอรับไปอุปการะเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม

แต่ทางโรงพยาบาลลานนา ได้แจ้งให้ปฏิบัติตามแนวทางการขอรับบุตรบุญธรรมกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 จากการประสานงานของทาง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ ให้ทางบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.เชียงใหม่ ได้ส่งจดหมายขอเอกสารรับรองเรื่องสุขภาพ จาก รพ.ลานนา เพื่อประกอบเอกสาร ยื่นเสนอแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในการขอรับตัวน้องเข้าบ้านเด็กเวียงพิงค์ ซึ่งเช้านี้ก็เข้ามารับเอกสารไปแล้ว แจ้งว่าอย่างเร็วถ้าได้เอกสารมาแล้ว อาจเข้ามารับตัวเด็กไปดูแลต่อในวันพรุ่งนี้


เด็กถูกแม่-พ่อเลี้ยงทำร้าย ต้องเผ่นหนีมาอยู่เซเว่นกบินทร์บุรี

พบเด็ก 9 ขวบ ถูกแม่และพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายต้องหนีจากบ้านมาอาศัยหน้าเซเว่นอีเลฟเว่นกบินทร์บุรี

หน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี) ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบเด็กชายถูกทิ้งให้อยู่หน้าเซเว่นกบินทร์บุรี 2 วันแล้ว จึงไปรับตัวส่งรพ.กบินทร์บุรี เป็นการด่วน หลังจากได้รับการให้น้ำเกลือแล้วเด็กยังมีอาการอ่อนเพลีย เบื้องต้นทราบชื่อน้องเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 9 ขวบหรือ ด.ช.พชร นักเรียนชั้นป.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง ที่บ้านเช่าในเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

น้องเก่ง เล่าว่า ตนเองออกจากบ้านมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา เนื่องจากพ่อเลี้ยงกับแม่และพี่ทุบตี ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จึงอาศัยหลับนอนข้างเซเว่นจนร่างกายอ่อนเพลีย กระทั่งเจ้ารับแจ้งและรับตัวมาส่งที่โรงพยาบาล

นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้เดินทางมาดูและสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งน้องเก่งพูดเหมือนเดิมว่าตัวเองถูกพ่อแม่ทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง จึงต้องหนีออกจากบ้านหาอยู่ตามที่ต่างๆ นายวัลลภ จึงติดต่อไปยังผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยติดตามพ่อแม่ของน้องให้มาที่โรงพยาบาลด่วน ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงพ่อแม่ของน้องเก่ง ได้มาหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้และได้สอบถามลูก

โดยเจ้าหน้าที่ได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ข้อสรุปว่า ทางผู้ปกครองไม่พร้อมที่จะรับเลี้ยงดูแลลูกได้ จึงต้องทำเรื่องให้บ้านพักเด็ก รับไปดูแลชั่วคราวก่อนจนกว่าจะพร้อม สำหรับผู้ใจบุญ ต้องการจะช่วยเหลือน้องเก่ง สามารถติดผ่านมาได้ที่ นางณิชาภา ทิพยาภรณ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลกบินทร์บุรีหมายเลขโทรศัพท์ 086-991-7407


ด.ต.คลองหลวงขอโทษ สตช. เหตุทำให้เสื่อมเสีย

ด.ต.คลองหลวง อ้างฝนตกไม่ไประงับเหตุ ขอโทษผู้บังคับบัญชา ทำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสื่อมเสียพร้อม สาบานจะตั้งใจทำงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางตรวจเยี่ยม และมอบนโยบาย งานป้องกันและปราบปราม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โดยมี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยนายตำรวจในสังกัด กว่า 300 นาย ให้การต้อนรับ ที่ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

พร้อมกันนี้ ในที่ประชุม ได้มีการเชิญ นายตำรวจ ยศดาบตำรวจ สังกัด สภ.คลองหลวง ที่ตกเป็นข่าวในโลกโซเชียล ว่าประชาชนโทรศัพท์ไปแจ้งความ ว่ามีคนถือมีดอยู่หน้าบ้านจะเข้ามาทำร้ายครอบครัว แต่ดาบตำรวจคนดังกล่าว อ้างว่าฝนตกไม่สามารถไประงับเหตุได้ เข้ามาในห้องประชุม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในวันนี้ด้วย

ดาบตำรวจ สภ.คลองหลวงคนดังกล่าว ได้ออกมายืนหน้าห้องประชุม พร้อมกับกล่าวขอโทษนายตำรวจทุกท่านและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมกับชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตนเองยอมรับว่า ปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคคลอยู่ในคลิปดังกล่าวจริง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความบกพร่องในการปฏิบัติหนี้ที่ เพราะเข้าใจไปเองว่า เป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันของคนในครอบครัว ต้องขอโทษผู้บังคับบัญชา และข้าราชการตำรวจทุกท่าน ที่ความบกพร่องของตนเองนั้น เป็นเหตุให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเสื่อมเสีย และตอนนี้ตนเองสำนึกในการกระทำผิดแล้ว ขอโทษ ขอโอกาสในการปฏิบัติตัวให้ดีขึ้น

พร้อมกับสาบานต่อตราแผ่นดินว่าต่อไปจะตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ และให้ความใส่ใจดูแลบริการประชาชน หากต่อไปกระทำการใด ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องเสื่อมเสียอีก ขอให้ชีวิตกระผมไม่มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ให้นโยบายว่า อยากให้ตำรวจ ได้ลงไปคลุกคลี พูดคุยและช่วยเหลือ ทั้งเรื่องช่วยรถเสีย ฝนตก น้ำท่วม หรือ ชาวบ้านเดือดร้อน ส่วนผู้บังคับบัญชา ต้อง พูดคุยกับลูกน้องอย่างใกล้ชิด เพื่อทำให้การทำงานดูแลประชาชนให้เกิดประโยชน์


สั่งตรวจพฤติกรรม “พระสงฆ์โชว์พ่นไฟ” กลางงานแห่ผ้ากฐิน

เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ส่งหนังสือกำชับ พระสงฆ์ สามเณร ให้ประพฤติและปฏิบัติตัวให้เหมาะสม หลังมีคลิปพระสงฆ์พ่นไฟกลางงานวัด อ.สังขะ จ.สุรินทร์

จากกรณีที่ในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพพระสงฆ์ หรือพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ขณะกำลังพ่นลูกไฟ กลางงานแห่กฐิน สามัคคีภายในวัด จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากถึงความไม่เหมาะสม เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทางพระปลัดรัตนชัย อสิงสโก ได้ออกมาชี้แจงถึงการเป่าไฟในภาพนั้น ว่าเป็นการเป่าไฟ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งศิษยานุศิษย์ ที่เป็นเจ้าภาพงาน ต้องการให้หลวงพ่อเป่า อีกทั้งยังบอกว่าการกระทำดังกล่าว ตนเองก็ไม่ได้อวดอ้างอะไร และไม่ได้อวดอุตริมนุษยธรรม

ล่าสุดวันนี้ (11 ต.ค.) นายเพทาย สดทรงศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ ได้รับหนังสือจากเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ให้พระสังฆธิการกำชับ พระสงฆ์ สามเณร ประพฤติและปฏิบัติให้เหมาะสม

ซึ่งในหนังสือสั่งการของเจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก มีสั่งการกำชับ 3-4 ประเด็นด้วยกัน เรื่องการประพฤติปฏิบัติที่ผิดกฎหมายบ้านเมือง การละเมิดคำสั่งมหาเถระสมาคม การใช้สื่อโซเซียลมีเดียและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมต่อฐานะรูป


อัลเดอร์ไวเรลด์ยันแฮปปี้ดีกับสเปอร์ส

โทบี้

 

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ปราการหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ระบุชัด ยังแฮปปี้ดีกับการเล่นให้ต้นสังกัด แม้มีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมออกมาเป็นระยะ เผยได้คุยเปิดใจกับกุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แล้วด้วย

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กองหลังคนสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า ตนยังคงมีความสุขดีกับการรับใช้ต้นสังกัด และมีสมาธิเต็มที่อยู่กับการเล่นฟุตบอล

ปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติเบลเยียมวัย 28 ปี เป็นกำลังหลักของ “ไก่เดือยทอง” มาตลอดนับตั้งแต่มาอยู่กับทีมเมื่อปี 2015 แต่ปัจจุบันเจ้าตัวเหลือสัญญากับสโมสรไม่ถึง 2 ปี และมีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมมาตลอดในระยะหลัง

  อย่างไรก็ตาม ล่าสุด อดีตแข้ง แอตเลติโก มาดริด และ เซาธ์แฮมป์ตัน ระบุชัดว่า ยังต้องการอยู่เล่นให้ สเปอร์ส ต่อไป ถึงแม้ตอนนี้มีข่าวลือออกมามากมายก็ตาม  “ผมเพิ่งได้คุยกับผู้จัดการทีม (เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่) ซึ่งก็ถือเป็นการคุยที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ผมบอกเขาไปว่า ผมมีสมาธิเต็มที่อยู่กับการเล่นฟุตบอล, พยายามพัฒนาตัวเองและช่วยเหลือทีม นั่นคือสิ่งที่ผมสามารถทำได้ คุณก็เห็นว่าผมมีความสุขดีกับที่นี่” อัลเดอร์ไวเรลด์ กล่าว   

ตะลึง! โจรบราซิลขุดอุโมงค์ 500 ม. เตรียมฉกเงินนับหมื่นล้าน

ตำรวจบราซิลสามารถสกัดแผนการปล้นธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ หลังพบผู้ต้องสงสัยกลุ่มหนึ่งขุดอุโมงค์ใต้ดิน เตรียมลงมือขโมยเงินกว่าหมื่นล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (3 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลสามารถสกัดแผนการปล้นธนาคาร ‘Banco Do Brasil’ สาขานครเซา เปาโล ของโจรกลุ่มหนึ่งที่ขุดอุโมงค์ใต้ดินยาวกว่า 500 เมตร เพื่อเชื่อมต่อกับบ้านพักแห่งหนึ่งเข้าไปยังห้องนิรภัยของธนาคาร เพื่อโจรกรรมเงินจำนวนกว่า 1,000 ล้านเรียล (ประมาณ 16,000 ล้านบาท) ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะเป็นการปล้นธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในโลก

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาหาร เครื่องมือ และเสื้อผ้าจำนวนมากอยู่ภายในบ้านพัก และสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 16 คน หลังตรวจพบว่าพวกเขาขุดอุโมงค์ใต้ดินและติดตามมาโดยตลอด กระทั่งพบว่าอุโมงค์นั้นแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา และมีการยืนยันว่าปลายทางของอุโมงค์คือห้องนิรภัยของธนาคาร

ตามรายงานระบุว่า โจรกลุ่มดังกล่าวมาเช่าบ้านพักและเริ่มขุดอุโมงค์ใต้ดินนั้นเมื่อ 4 ก่อน ซึ่งอุโมงค์ที่พวกเขาขุดนั้นเสริมความแข็งแรงด้วยแท่งเหล็ก และใหญ่พอที่ผู้ใหญ่สามารถคลานเข้าไปได้

Fábio Pinheiro Lopes หัวหน้าตำรวจทีมสืบสวนคดีนี้ระบุว่า โจรกลุ่มดังกล่าวอ้างว่าพวกเขาลงทุนไปราว 4 ล้านเรียล (ประมาณ 42.4 ล้านบาท) โดยแบ่งกันออกคนละ 200,000 เรียล (ประมาณ 2.1 ล้านบาท) และคาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถโจรกรรมเงินออกมาได้ 1,000 ล้านเรียล

ทั้งนี้ การปล้นธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดในประวิติศาสตร์ของบราซิลเกิดขึ้นเมื่อปี 2005 โดยกลุ่มโจรได้โจรกรรมเงินในห้องนิรภัยของธนาคารไปกว่า 165 ล้านเรียล (ประมาณ 1,750 ล้านบาท)


นิว ชัยพล เปิดใจงานหิน กว่าจะได้เป็นหน่อเมือง “รากนครา”

อำลาหน้าจอทีวีไปอย่างสุดสะเทือนใจและตราตรึงใจ ละครฟอร์มยักษ์ของช่อง 3 อย่าง “รากนครา” ที่นักแสดงทุกคนล้วนแต่ทุ่มเทโชว์ฝีมือการแสดงและทักษะด้านภาษาท้องถิ่นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม หนึ่งในนั้นก็มี “นิว ชัยพล” ผู้รับบทเป็น “หน่อเมือง” ที่ปล่อยของและความสามารถในละครเรื่องนี้ ทำให้ผู้ชมประทับใจได้ไม่น้อย

แต่สำหรับเบื้องลึกเบื้องหลังของตัวละครนี้ หนุ่มนิว ก็ได้ออกมาเปิดใจและเล่าถึงขั้นตอนต่างๆ กว่าจะได้มารับบทบาทดังกล่าว ต้องผ่านมาตีความและฝึกฝนเป็นอย่างมาก พร้อมกับรู้สึกขอบคุณที่ได้มีโอกาสรู้จักกับ “หน่อเมือง” ตัวละครที่ท้าทายในอาชีพการแสดงของเขา พร้อมกับไล่อ่าคอนเมนท์และฟีดแบกจากแฟนๆ แทบจะทุกข้อความ

“ขอบคุณที่เราได้รู้จักกันนะ #หน่อเมือง ขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและสร้าง #หน่อเมือง ขึ้นมา และขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตาม #รากนครา กันครับ เป้าหมายในการทำงานแต่ละชิ้นของผมมีเป้าหมายอยู่ 3 อย่างด้วยกัน 1.ผมจะเป็นตัวละครตัวนั้นให้มากและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2.ผมอยากจะมีความสุขในทุกๆวันที่ไปทำงาน 3.เมื่องานออกมาแล้ว ผู้ชมที่รับชมผลงานของผมมีความสุข

แค่ 3 ข้อนี้ ผมก็ถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้วครับ และผมก็หวังว่าพวกคุณทุกคนจะมีความสุขจากงานของพวกเรา ครอบครัว #รากนครา นะครับ การที่เรามีความคิดเป็นของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ดี ความคิดแต่ละคนไม่มีถูกไม่มีผิด แต่เราก็ควรที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ มาคิดมาวิเคราะห์ดูด้วย เพราะโลกนี้ไม่มีใครถูกทุกเรื่องหรือผิดทุกเรื่องหรอก อะไรที่ดีเราก็นำมาปรับใช้ อะไรที่ไม่ดีก็ปล่อยผ่านทิ้งไป

ถ้าเราทุกคนทำได้ผมเชื่อว่าชีวิตเราก็จะดีขึ้นและมีความสุขขึ้นในทุกๆวันครับ สุดท้ายนี้ เชิญออกความคิดเห็นกันได้เลยครับ ทั้งติทั้งชม ได้หมดครับ โดยเฉพาะคำติ ชอบฟังความคิดเห็นทุกอย่าง เพื่อนำมาปรับใช้ครับ ปล.ผมอ่านทุกคอมเม้นเหมือนเดิมเหมือนกับทุกๆ ภาพที่ผ่านมานะครับ ขอบคุณจากใจครับ”

นอกจากนี้ หนุ่มนิวยังได้ขอบคุณ “ครูเอก” อีกคนที่่ช่วยฝึกสอน ช่วยแปลและอัดเสียงให้การพูดภาษาเหนือท้องถิ่นออกมาได้อย่างสละสลวย ทั้งนี้คุณครูเองก็มีคิวงานแน่นเช่นกัน แต่ทุกอย่างก็ออกมาดี เพราะความอดทนและช่วยสอนของครูท่านนี้ ทำให้ผลงานออกมาได้ตามที่ตั้งใจเอาไว้


พ่อร้องสื่อการ์ดผับขอนแก่นรุมตื้บ-เผาทั้งเป็น อาการโคม่า

พ่อเด็กหนุ่มวัย 15 ปี ร้องสื่อหลังคดีลูกชายโดนการ์ดผับชื่อดังเมืองขอนแก่น รุมทำร้ายร่างกายและจุดไฟเผา อาการยังโคม่า เตรียมบุกไปหาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เร่งดำเนินคดี

(5 ต.ค.) พ่อของผู้เสียหายจากการถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้าย ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยใบหน้าและชื่อ-สกุล เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ได้นำภาพถ่ายเยาวชนชายที่ระบุว่าเป็น นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ที่อยู่ในสภาพของผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน

คุณพ่อของนายเอ ระบุว่า อาการบาดเจ็บของลูกชาย ซึ่งตอนนี้อยู่ในอาการสาหัสและยังไม่ได้สติ เกิดจากการถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งเป็นการ์ดของผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ได้รุมทำร้ายร่างกาย ด้วยการเตะ ต่อย และทุบตีเข้าที่บริเวณศีรษะ เหตุเกิดในคืนวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้นายเอ สลบหมดสติคาที่ มีอาการคั่งในสมองและยังไม่รู้สึกตัวถึงปัจจุบันนี้

ผู้ปกครองของเหยื่อผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า ในคืนวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. วันเกิดเหตุ ลูกชายได้บอกกับแฟนสาวผ่านทางข้อความแชทว่าจะออกไปเล่นเกมที่ร้าน และจะไปขับรถเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนในบ้านจะรับรู้อยู่แล้วว่า นายเอมีนิสัยติดเกมและติดเพื่อน มักจะออกไปแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะวิวาทมาก่อน

จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน ตนได้ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ของลูกชายว่า ลูกชายถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น เพราะถูกทำร้ายร่างกาย อาการสาหัสถึงขั้นเลือดคั่งในสมอง และยังไม่รู้สึกตัวหรือตอบสนองใดๆ เมื่อตนเดินทางไปถึงก็พบลูกชายนอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่น่าหดหู่ใจ

ขณะที่แฟนสาวของนายเอ ซึ่งทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้นจากเพื่อนของนายเอ เปิดเผยว่า กลุ่มคนที่ทำร้ายนายเอนั้น คาดว่าเป็นคนของผับดังกล่าว เพราะตนคุ้นหน้าเป็นอย่างดี อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คนที่ตนรู้จักในผับแห่งนั้นได้ติดต่อมาถามถึงอาการของแฟนว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยผู้ที่ติดต่อมาได้บอกกับตนว่าไม่ใช่คนลงมือก่อเหตุ แต่คนที่ทำเป็นการ์ดที่ผับตนจริง สาเหตุที่ทำเพราะเห็นกลุ่มเด็กขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาที่บริเวณหน้าผับ โดยมีลักษณะเหมือนจะมาก่อเหตุความวุ่นวาย

แฟนสาวของนายเอ ยังยืนยันว่า นายเอและกลุ่มเพื่อนเพียงแค่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปหน้าร้านเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะไปก่อความวุ่นวายหรือจะเข้าไปเที่ยวในผับแต่อย่างใด แต่ในระหว่างที่นายเอและเพื่อนๆ ขับรถผ่านไปหน้าผับ ก็มีชายคนหนึ่งตะโกนบอกกลุ่มคนที่อยู่บริเวณถนนหน้าผับให้จับตัวเด็กกลุ่มนี้เอาไว้

 

โดยมีชายฉกรรจ์กระโดดถีบรถของนายเอจนล้ม และช่วยกันคุมตัวไปซ้อมจนบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งยังข่มขู่ต่างๆ นานา รวมทั้งพยายามบังคับให้สารภาพบอกมาว่า ใครจ้างให้มาก่อกวน ซึ่งทุกคนต่างก็ปฏิเสธว่า ไม่ได้มีใครจ้าง เพียงแค่ขี่รถผ่านมาเท่านั้น

ในเมื่อนายเอไม่ตอบ กลุ่มคนร้ายก็เริ่มตบตี รวมทั้งใช้น้ำมันราดขาซ้ายแล้วจุดไฟเผา ก่อนที่ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้จะนำตัวเด็ก ประมาณ 3-4 คน ไปทิ้งไว้ที่ลานหน้าเสาธงใน สภ.เมืองขอนแก่น ก่อนที่พ่อและแม่ของเด็กที่ถูกทำร้ายจะมาพบ และเข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 23 กันยายน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย

พ่อของนายเอ ระบุว่า สาเหตุที่ต้องร้องเรียนกับสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพราะเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า และกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมา ยังไม่ใครออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บของลูกชาย ที่แพทย์เพิ่งทำการผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งในสมอง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้สติ

นอกจากนี้ยังพบว่ามีอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่บริเวณใบหน้าที่ฟกช้ำ ปอดฉีก รวมทั้งแผลที่เกิดจากไฟไหม้ จากการถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา ทั้งนี้มีรายงานว่าทางญาติผู้เสียหายเตรียมที่จะเดินทางเข้าพบกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ขอบคุณที่มาของภาพ:  S NEWS!