บุกรวบ รอง ผอ.ศูนย์ประสานงาน มูลนิธิบรรเทาภัย หลังตั้งด่านทั้งที่ไม่มีอำนาจ

รวบแล้ว รอง.ผอ.ศูนย์ประสานงานมูลนิธิบรรเทาภัย หลังเพจดังเมืองอุบลฯ โพสต์พฤติกรรมแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตั้งด่าน ออกตรวจสถานที่ราชการ ทั้งที่ไม่มีอำนาจ

เมื่อเวลา 16.30 น. (13 ต.ค.) พ.ต.อ.ทวี กิติวิริยกุล ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานี กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดอุบลราชธานี ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมกันจับกุมนายสุนทร อายุ 65 ปี พร้อมของกลางวิทยุสื่อสารสีดำ 1 เครื่อง เครื่องแบบสีกากีเข้มพร้อมเครื่องหมาย 1 ชุด กุญแจมือ 1 คู่ กระบองไฟ 1 อัน พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์กระบะอีซูซุสีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บว 593 อุบลราชธานี ด้านข้างประตูติดสติ๊กเกอร์โลโก้ของมูลนิธิอาสาบรรเทาภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัญญาณไฟวับวาบสีแดง 1 ตัว

สืบเนื่องจากเพจมีด่านบอกด้วยอุบลราชธานี โพสต์ภาพกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขัยรถกระบะติดสัญญาณไฟฉุกเฉิน ออกตั้งด่านตรวจค้นประชาชน และออกตรวจสอบสถานที่ราชการ อาทิ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี สถานีรถไฟอุบลราชธานี สถานีขนส่งอุบลราชธานี พร้อมทั้งโพสต์ข้อความ “แอดสงสัยในอำนาจหน้าที่ ของคนกลุ่มนี้หน่วยนี้ว่าเค้ามีกฎหมาย หรือ พรบ.ไหนรับรองในการตรวจค้น ตั้งจุดตรวจ หรือออกตรวจ สถานที่ราชการ การแต่งกายที่ออกแบบมาให้คล้ายเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งต่างจากหน่วยงานบรรเทาสาธารณะภัย มีติดเครื่องหมาย หลายอย่างซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ใครรู้จักบอกแอดที กฎหมายใด พรบ.ไหน รองรับพฤติกรรมนี้ แอดหาไม่เจอในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหน่วย ยังไม่รวมถึงการนำรถติดไฟไซเรนเปิดเสียงเปิดไฟนำขบวนกลุ่มรถจักรยานยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาต (ภาพจากกองร้อยชุดควบคุมที่หนึ่งห้า จังหวัดอุบลราชธานี)”

หลังจากที่โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวออกไป ชาวเน็ตให้ความสนใจแห่เข้าไปให้ข้อมูลและต่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวอย่างดุเดือด ไม่ถึง 12 ชั่วโมง มียอดผู้เข้าถึงโพสต์ดังกล่าวกว่า 2.4 แสน ร้อนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและออกติดตามตัวบุคคลในภาพมาสอบสวนและดำเนินคดี เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคมและประชาชนทั่วไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่านายสุนทร เป็นบุคคลในภาพถ่ายจึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ใช้มาตรา 44 เข้าตรวจค้นบ้านพักนายสุนทร พบของกลางเป็นเครื่องหมายยศบ่า แพรแถบ เครื่องหมายความสามารถพิเศษ วิทยุสื่อสาร รถยนต์กระบะติดตั้งสัญญาณไฟสีแดง

สอบถาม นายสุนทรให้การว่า ตนเองมีอาชีพเก็บของเก่าขาย เดิมทีเป็นตำรวจอาสาอยู่แล้ว ต่อมาเพื่อนก็ได้ชักชวนให้มาอยู่มูลนิธิเพราะจะได้ช่วยเหลือสังคมตลอด ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟไหม้ ประชาชนเดือดร้อนก็ไป การทำกิจกรรมทุกครั้งเราก็จะใช้เงินส่วนตัวเราเอง หรือบางงานก็แล้วแต่ผู้ที่ขอความช่วยเหลือจะให้ครั้งละ 100-200 บาทเท่านั้น

ส่วนการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานมูลนิธิอาสาบรรเทาภัยนั้น ก็จะมีการแต่งตั้งจากส่วนกลางเท่านั้น เครื่องแบบราคา 10,000 บาท โดยจะต้องสั่งซื้อจากส่วนกลาง สำหรับสมาชิกของศูนย์ประสานงานอาสาบรรเทาภัยอุบลราชธานี มีทั้งหมดประมาณ 50 คน กระจ่ายอยู่ต่างอำเภอ มีนายศุภวัตน์ เป็น ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาภัยอุบลราชธานี ล่าสุดยังไม่พบตัวและเฟซบุ๊กของกองร้อยชุดควบคุมที่หนึ่งห้า จังหวัดอุบลราชธานี ก็ถูกปิดไปแล้ว

แหล่งข่าวรายหนึ่งภายใน สภ.เมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบข้อมูลทางลับพบว่า นายศุภวัตน์เคยมีประวัติถูกจับกุมพร้อมพวกอีก 7 คน ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องแบบยศร้อยตำรวจตรี ติดป้ายชื่อ ศุภวัตน์ พร้อมหมวก 1 ชุด เครื่องแบบสีกากีติดสายแดงไม่ติดยศ จำนวน 1 ชุด หมวกกันน็อกสีทอง คล้ายหมวกสายตรวจจำนวน 1 ใบ กุญแจมือ เครื่องยนต์เรือเร็ว เรือหางยาว เครื่องสูบน้ำ ภายใต้ชื่อศูนย์จามจุรี ตั้งอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่งในอำเภอวารินชำราบ เหตุเกิดในเขตท้องที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี และ สภ.วารินชำราบ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 54


คืบหน้าจ่าทหารยิงเมียท้องกลางห้าง จ่อแจ้งข้อหาหนัก “ฆ่าโดยไตร่ตรอง”

จ่าทหารโหด บุกยิงภรรยาที่กำลังท้อง 6-7 เดือน เสียชีวิตกลางห้างดัง เมืองอุดรธานี ก่อนทำปืนลั่นใส่ตัวเอง เจ็บสาหัส ตร.เฝ้าคุมเข้มหน้าห้องไอซียู

จากกรณี จ.ส.อ.พิเชฏฐ์ อายุ 41 ปี ทหารนายสิบส่งกำลังบำรุง กองร้อยที่ 2 ร.19 พัน 3 พล ร 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี ใช้อาวุธปืนออโตเมติกขนาด 9 มม.จ่อยิง นางสิรินพร อายุ 40 ปี ภรรยาจนเสียชีวิต เพราะตามง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ

และขณะที่จ่าปืนโหดกำลังกระชากเพราะกระสุนขัดลำกล้อง ปืนได้ลั่นเจาะกลางอกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังมีพนักงานห้าง และเด็กชาย 7 ขวบถูกลูกหลงกระสุนเฉี่ยวข้อเท้า ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ห้างแมคโคร จ.อุดรธานี วานนี้ (13 ต.ค.)

ความคืบหน้าล่าสุด ในวันนี้ (14 ต.ค.) นายแพทย์อภิรัชต์ ทรัพย์ทองคำ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร เปิดเผยว่า หลังจากหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาล ได้นำ จ.ส.อ.พิเชฏฐ์ ซึ่งถูกยิงกลางอกส่งโรงพยาบาล มีอาการสาหัส จึงนำเข้าผ่าตัดฉุกเฉิน พบว่า จ.ส.อ.พิเชฏฐ์ฯ ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่กลางอก 2 นัด ทะลุปอด ก่อนกระสุนจะทะลุด้านหลังทั้ง 2 นัด เนื่องจากถูกยิงในระยะใกล้ ซึ่งขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว และนอนรักษาตัวที่ห้องไอซียู โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่มีการยิงกันภายในห้างสรรพสินค้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ จ.ส.อ.พิเชฏฐ์ ผู้ก่อเหตุ แม้อาการจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังถือว่าบาดเจ็บสาหัส ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ยังไม่สามารถให้การอะไรได้

ทั้งนี้ตำรวจได้รวบรวมหลักฐาน สอบสวนปากคำประจักษ์พยาน พยานบุคคล และภาพกล้องวงจรปิด ในที่เกิดเหตุไว้แล้ว เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง , พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และได้สั่งการให้ตำรวจในเครื่องแบบไปควบคุมดูแล จ.ส.อ.พิเชฏฐ์ฯ ที่โรงพยาบาลฯ เพื่อป้องการการหลบหนีตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว


ภาพชุดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในสถานที่จริง ครั้งที่ 2

วันนี้ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ 4 ริ้วขบวน ประชาชนร่วมชมการซักซ้อมเต็มพื้นที่

วันนี้ (15 ต.ค.60) เป็นการซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในสถานที่จริง ครั้งที่ 2 โดยวันนี้ซ้อมทั้งหมด 4 ริ้วขบวน ได้แก่ ริ้วขบวนที่ 1, 2, 3 และ 6 อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังท้องสนามหลวง และอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากพระบรมมหาราชวังไปยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินร่วมในการซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ริ้วขบวนที่ 1 เวลา 08.10 น. ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ จากนั้นใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย

ริ้วขบวนที่ 2 เวลา 08:30 น. ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้ว เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ผ่านประตูวิจิตรบรรจง ไปทางถนนสนามไชย รวมระยะทาง 817 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ภาพมุมสูงพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสร็จสิ้นแล้วร้อยละ 99 ในวันซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในสถานที่จริง ครั้งที่ 2


ชาวบ้านสาปแช่ง หนุ่มจอดทุบรูปปั้น “เจ้าพ่อไก่” ไม่รู้โกรธใครมา

ชาวบ้านสุดแค้นสาปแช่งชายหนุ่มทุบทำลายรูปปั้นเจ้าพ่อไก่ ที่ชาวบ้านศรัทธายึดเหยี่ยวจิตใจ

(15 ต.ค.) คลิปจากกล้องวงจรปิดของ อบต.ดอนศรีชุม ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จับภาพชาย 2 คน ที่ขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิสีขาวตอนเดียว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดที่บริเวณรูปปั้นไก่ หรือ เจ้าพ่อไก่ ปากทางเข้าบ้านจำไก่ หมู่ที่ 4 ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ ก่อนที่ชายผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนขับรถจะเดินลงรถมา และคาดว่าจะเข้าไปทุบ และใช้เท้าถีบทำลายรูปปั้นไก่ จนพังเสียหาย ก่อนที่จะโยนรูปปั้นไก่ทิ้ง ซึ่งรัศมีของกล้องวงจรปิดจับภาพไม่ชัดเจน

จากนั้นเดินข้ามไปทำลายรูปปั้นไก่อีกฝังหนึ่งของถนน ซึ่งกล้องสามารถจับภาพได้ค่อนข้างชัดเจน ก่อนจะขับรถยนต์หนีไปทางบ้านจำไก่ ต.สันโค้ง อ.ดอกคำใต้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.25 น. 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้มีการแจ้งความ ไว้ที่ สภ.ดอกคำใต้แล้ว

สำหรับรูปปั้นไก่ หรือรูปปั้นเจ้าพ่อไก่ ที่ตั้งอยู่ปากทางเข้าบ้านจำไก่ ชาวบ้านจำไก่ และ อบต.สันโค้ง ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุเพศภัยต่างๆ ทั้ง ภัยธรรมชาติ เจ็บป่วยไข้ ไม่สบาย ไปบุตรหลานไปสมัครงาน ก็ไปทำการบนบาลศาลกล่าวเจ้าพ่อไก่ และก็ได้ตามที่ขอไป ทำให้เป็นที่ศรัทธาและยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านจำไก่มานาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาวบ้านจำไก่ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทำให้ชาวบ้านตำบลจำไก่ เกิดความโกรธแค้น และไม่พอใจกับการกระทำดังกล่าวเป็นอย่างมาก จึงขอให้ตำรวจเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ซึ่งเมื่อทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ได้รับแจ้ง ก็มีการนำภาพวงจรปิด และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไปติดตาม เพื่อทำการสืบสวนหาตัวผู้ที่ปรากฏตามภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ มาทำการสอบสวนว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าวหรือไม่และเพื่อเหตุผลใด ซึ่งหากผิดจริงก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


5 ราชวงศ์ เตรียมเสด็จร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ชายอากิชิโนและเจ้าหญิงกิโกะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น จะเสด็จเยือนประเทศไทย เป็นเวลา 2 วัน เพื่อทรงเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ สำนักพระราชวังอิมพีเรียล

เปิดเผยว่าเจ้าชายอากิชิโนพระโอรสพระองค์เล็ก แห่งสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะของญี่ปุ่น ได้ทรงเคยเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 มาแล้วหลายครั้ง ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต โดยก่อนหน้านี้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและพระจักพรรดินีมิชิโกะ เสด็จเยือนประเทศไทย เพื่อถวายพระราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วย

อีกราชวงศ์ที่มีความใกล้ชิดกับราชวงศ์ไทยเป็นอย่างมาก คือ ราชวงศ์แห่งภูฎาน ซึ่ง สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พร้อมกับ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก พระชายา จะเสด็จเยือนไทย ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม เพื่อทรงเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ขณะที่ สำนักพระราชวังแห่งนอร์เวย์ เผยว่า เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์นอร์เวย์ พร้อมพระชายา จะเสด็จแทนพระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดี ฮารัลด์ที่ 5 และพระราชินีซอนยา แห่งนอร์เวย์ จะทรงเข้าร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ด้วย ราชวงศ์นอร์เวย์ และ ราชวงศ์ไทย มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดมายาวนาน เจ้าชายโฮกุน และพระชายา ทรงเคยเสด็จมายังประเทศไทยแล้วหลายครั้ง และทรงเคยเสด็จร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ด้วย

ส่วนรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ประกาศว่า สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา จะทรงเป็นตัวแทน จากราชอาณาจักรแห่งเนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บริเวณท้องสนามหลวง

ทางด้าน สำนักพระราชวังเบลเยียมออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระราชินีมาทิลด์ จะเสด็จเยือนไทย ในฐานะทรงเป็นผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิป เพื่อทรงเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค. นี้


หนุ่มสั่งเสีย “ขุดหลุมฝังให้ด้วย” ก่อนยิงลูกซองกรอกปาก ดับต่อหน้าเมีย

ภรรยาสุดช็อก พบสามีซึ่งมีอาการป่วยทางจิต อมปากกระบอกปืนลูกซองยาว ก่อนลั่นไกดับต่อหน้า

(14 ต.ค. 60) พ.ต.ต.พิษณุ ทาหาญ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ทุ่งคาโงก อ.เมือง จ.พังงา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพังงา หน่วยพิสูจน์หลักฐาน หลังจากได้รับแจ้งว่ามีชายหนุ่มได้ยิงตัวตายในพื้นที่บ้านทุ่งหรา ต.สองแพรก อ.เมืองพังงา

ที่เกิดเหตุ พบศพ นายทวีศักดิ์ อายุ 26 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนแคร่หน้าบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งหรา ต.สองแพรก อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวของผู้ตาย ลักษณะนอนหงาย ศพนิ้วเริ่มแข็งคาดว่าเสียชีวิตมาเกินกว่า 4 ชม. พบบนศีรษะมีบาดแผลกระโหลกเปิด น่าจะเกิดจากถูกกระสุนปืน ไม่พบบาดแผลอื่นตามร่างกาย

และพบนางสาวรัตนาภรณ์ ภรรยานั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ เเละเล่าว่า ผู้ตายและตนทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ได้เดินทางมาบ้านเมื่อวันที่ 11ต.ค. 60 และมาพักที่บ้านของบิดามารดา ใกล้กับที่เกิดเหตุ โดยผู้ตายมีอาการทางจิตอยู่ด้วยมาก่อน และเมื่อเที่ยงวานนี้ได้ชวนตนไปโดดน้ำตายด้วยกัน แต่ตนได้พูดเกลี้ยกล่อมจนสงบลง

พอช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ ลงมาที่หมู่บ้านสองแพรกคนเดียว โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าไปไหน และได้กลับเข้ามาเมื่อเวลาประมาณตีสอง พอได้ยินเสียงรถก็ออกมารับด้วยความเป็นห่วง ผู้ตายได้บอกกับตนเองว่า ขุดหลุมฝังให้ด้วย ถ้าไม่ฝังก็ส่งข้าวส่งน้ำด้วย จึงได้พูดปลอบอยู่ประมาณ 30 นาที และชวนผู้ตายเข้านอน

หลังจากนั้นประมาณ 1 ชม. ผู้ตายก็ลุกขึ้นบอกว่าจะออกมากินข้าว จึงไม่ได้ตามออกมา ไม่นานก็ได้ยินเสียงผู้ตายตะโกนเอะอะโวยวาย ตนจึงรีบหยิบเอาไฟวิ่งออกมาดู เมื่อมาถึงในระยะประมาณ 10 เมตร ส่องไฟไปเห็นผู้ตายยืนอมปากกระบอกปืนและสองมือกุมบริเวณไกปืนอยู่ตรงหน้าอก จึงพูดอ้อนวอนขอร้องว่าอย่าทำเลยไม่รักเมียแล้วหรือ ผู้ตายหันมามองก่อนลั่นไกปืน ล้มลงเสียชีวิตต่อหน้าตน

บิดามารดาและพี่สาวที่บ้านใกล้กันได้ยินเสียงปืนต่างวิ่งออกมาดูพบว่าผู้ตายนอนสิ้นใจอยู่ใกล้แอ่งน้ำบนถนนเพราะช่วงนั้นฝนตก จึงหามศพผู้ตายมาไว้บนแคร่หน้าบ้านพี่สาว พร้อมแจ้งผู้ใหญ่บ้านทราบ จากการสอบสวนสันนิษฐานว่าผู้ตายมีอาการทางจิต ประกอบความเครียดจึงก่อเหตุดังกล่าว


อุตุฯ จับตา “พายุขนุน” ฝนตกอีก 2 วัน เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุน

(14 ต.ค.) สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำท่วมขังหลายจุดมีกว่าที่รถยนต์จะสัญจรไปมาได้ กรมอุตุนิยมวิทยาระบุเป็นผลพ่วงทางอ้อมจากพายุโซนร้อนขนุน บริเวณทะเลจีนใต และกำลังมุ่งเข้าขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 5 ระบุว่า พายุโซนร้อนขนุน พัดปกคลุมอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 92 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ โดยคาดว่าจะเข้าใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ในอีก 1-2 วันต่อจากนี้

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อคืนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเส้นทางของพายุโซนร้อนขนุน ทำให้มีลักษณะสภาพอากาศแปรปรวนในระยะหนึ่ง แต่ในขณะนี้พายุขนุนยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย แต่ยังเฝ้าจับตาดูเส้นทางของพายุลูกนี้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีร่องมรสุม หรือ ร่องฝน พาดผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวจะยังมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่งอีก 2-3 วันนี้

ขณะที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ลมหนาว จากประเทศจีน เริ่มแผ่ลงมาเล็กน้อยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งลมมรสุมนี้อาจจะส่งผลทำให้พายุุโซนร้อนขนุนอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว แต่ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแม้ว่าพายุนี้จะไม่มีผลกระทบไทยโดยตรงก็ตาม

ขณะที่ กรมอุทกศาสตร์ ได้ออกประกาศแจ้งสภาวะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า วันที่ 13 -31 ตุลาคม เวลา 07.00 น. ถึง 11.00 น. และ 14.00 น. ถึง 20.00 น. ตลอดทั้งเดือนจะเป็นช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูงตามธรรมชาติ และมีมวลน้ำจากทางภาคเหนือไหลผ่านมาสมทบ ทำให้ช่วงนี้ระดับน้ำในแม่น้ำจะมีปริมาณมากกว่าปกติ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เฝ้าระวัง พร้อมรับมือหากเกิดภาวะฉุกเฉิน


วันนี้เมื่อปีที่แล้ว 14 ตุลาคม เคลื่อนพระบรมศพ ในหลวง ร.9

หลังสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เมื่อ 13 ตุลาคม 2559 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จสวรรคตเมื่อเวลา 15.52 น. นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่คนไทยมิอาจลืมเลือน

ในวันต่อมา ศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 ก็ถือเป็นอีกวันที่พสกนิกรชาวไทยนั้นจะจดจำไปชั่วชีวิต เนื่องจากเป็นวันที่มีการอัญเชิญพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเวลาประมาณ 15.30. น. โดยรถตู้ที่มีชื่อว่า เจมส์ บอนด์ หมายเลขทะเบียน 1 ด 0929 ซึ่งรถของสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นำขบวนอัญเชิญพระบรมศพฯ

โดยตลอดสองข้างทางมีประชาชนแต่งกายในชุดสีดำไว้ทุกข์ มาเฝ้าสองข้างทางนับแสนคน เพื่อร่วมส่งเสด็จฯ เมื่อรถผ่านมาถึงก็ต่างหมอบกราบลงกับพื้น ตลอดเส้นทางของการเคลื่อนพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลศิริราช เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกสลด เสียงสะอื้นดังระงมไปทั่ว เช่นเดียวกับประชาชนที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่ทั่วประเทศ ที่ต่างร่ำไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นด้วยความอาลัยพ่อหลวงของแผ่นดิน

เวลาผ่านไป 1 ปี แต่ภาพในวันนั้นยังคงตราตรึงในหัวใจ ความอาลัยจากทุกดวงใจแด่ ธ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยยังไม่จางลงไปตามกาลเวลา ต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้


วินเทอร์เบิร์นชี้ซีซั่นนี้ต้องมีแชมป์

ในเจล

ไนเจล วินเทอร์เบิร์น ตำนาน อาร์เซน่อล ชี้ซีซั่นนี้ “ไอ้ปืนใหญ่” จะไม่ล้มเหลว หากมีถ้วยแชมป์สักรายการ ระบุแค่การติดท็อปโฟร์ยังไม่เพียงพอ

 royal1688  อาร์เซน่อล ซึ่งมีโปรแกรมบุกไปเยือน วัตฟอร์ด วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคมนี้ ไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มาตั้งแต่ปี 2004 แล้ว ซึ่ง วินเทอร์เบิร์น มองว่า แค่การติดกลุ่มสี่อันดับแรกในฤดูกาลนี้เพียงอย่างเดียว ถือเป็นความล้มเหลวสำหรับทีมของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างสิ้นเชิง

“สมัยที่ผมเล่น เป้าหมายของเราคือการคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดในแต่ละฤดูกาล การติดท็อปโฟร์ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ความสำเร็จเหมือนได้ถ้วยแชมป์ การติดท็อปโฟร์ทำให้คุณได้กลับไปเตะ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ อาร์เซน่อล จำเป็นต้องทำให้ได้ การเล่นกับสโมสรใหญ่ๆ แบบนี้ คุณจะถูกตัดสินด้วยความสำเร็จ” ตำนาน อาร์เซน่อล วัย 53 กะรัต กล่าว


สาวร้องผบช.ภ.1 ถูกตำรวจปากเกร็ดบุกรุกบ้าน

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 เหตุที่เจ้าหน้าที่ สภ.ปากเกร็ด บุกรุกที่อยู่อาศัยและทำเกินกว่าเหตุ

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำ น.ส.เอ (นามสมมติ) เข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ท. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในกรณีเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 เวลา 19.00 น. ได้มีชายฉกรรจ์ 4 คน ไม่สวมเครื่องแบบตำรวจเดินเข้ามาในบ้านของ น.ส.เอ โดยร่วมกันบุกรุกเข้ามาในบ้านโดยไม่มีหมายค้น และไม่มีเหตุจำเป็น

โดยหนึ่งในชายฉกรรจ์ได้แสดงบัตรตำรวจและหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหาจงใจขัดขืนไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับคดี จากนั้นชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน ได้กำลังฉุดกระชากไปขึ้นรถ ได้รับบาดเจ็บที่แขนทั้ง 2 ข้าง ซึ่ง น.ส.เอ ได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกนั้น เมื่อชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนเห็นชาวบ้านออกมาดูจึงได้ปล่อยตัวไป

ด้าน น.ส.เอ กล่าวว่า ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อที่จะหยิบโทรศัพท์เพื่อที่จะติดต่อญาติให้มาช่วยเหลือเพราะไม่เชื่อว่าเป็นตำรวจจริง แต่ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คนไม่ยอมจึงโทรเรียกสายตรวจมาที่เกิดเหตุตนจึงมั่นใจว่าชายทั้ง 4 คน เป็นตำรวจจริง จากนั้นก็ได้พาตนไปที่ห้องสอบสวน สภ.ปากเกร็ด และบังคับให้เซ็นเอกสาร ซึ่งตนก็ได้ขอใช้สิทธิประกันตัวแต่ถูกบอกว่าไม่มีสิทธิประกันตัว ต้องให้ญาติมาประกันตัวในวันจันทร์

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ได้ประสานมายัง พ.ต.ท.ยศวิน เอี่ยมพุ่ม รอง ผกก.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อขอให้สิทธิประกันตัว ซึ่งทาง พ.ต.ท.ยศวิน แจ้งให้ทราบว่าต้องส่งศาลในวันที่ 7 ตุลาคม 2560 สามารถไปประกันตัวได้ที่ศาล พร้อมทางเจ้าหน้าที่ได้มีการกลั่นแกล้งโดยใส่กุญแจมือกับ น.ส.เอ ขณะนำตัวส่งศาล ซึ่งผู้พิพากษาได้สั่งให้ถอดกุญแจมือออก แล้วได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ว่าข้อหาแค่นี้ทำไมต้องใส่กุญแจมือ ก่อนที่ศาลจะให้ประกันตัวด้วยจำนวนเงิน 2,000 บาท

เบื้องต้นได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ สภ.ปากเกร็ด จำนวน 4 คน ข้อหาร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่มีหมายค้นและเหตุจำเป็นเร่งด่วน และได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่อีก 7 คน ในข้อหาไม่ได้ร่วมกันจับกุมแต่ลงชื่อเป็นข้อหาไม่ได้ร่วมกันจับกุมแต่ลงชื่อเป็นเจ้าพนักงานร่วมลงชื่อในบันทึกการจับกุมเป็นการทุจริตต่อหน้าที่