Gclub แฉคลิปกระบะไล่ชนหมา สงสัยเป็นลุงที่เคยชนหมา หน้าตลาดแก่งคอย

จากกรณีเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2560 บนโลกโซเชียลได้แชร์คลิปที่ นายสูงสรร คุณลุงวัย 70 ปี ขับรถกระบะสีขาว ยี่ห้อมิตซูบิชิ มาด้วยความเร็วและทับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ชื่อ เจ๊าะแจ๊ะ อายุ 2 ปี ตายบริเวณหน้าตลาดใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยสุนัขตัวดังกล่าวเป็นของ น.ส.รินรดา อายุ 33 ปี แม่ค้าขายผลไม้

Gclub

จากนั้นเจ้าของสุนัขได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ นายสูงสรร ซึ่งตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาทารุณกรรมสัตว์ตามพระราชบัญญัติ ปี 2557

และต่อมาวันที่ 6 กรกฎาคม ทางแฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ออกมาแฉอีกรอบ โดยได้โพสต์คลิปวิดีโอวงจรปิดที่บอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 ในคลิปจะเป็นรถกระบะขับมาทับสุนัขที่นอนกลางถนน โดยรถกระบะคันดังกล่าวเหมือนกับกระบะที่ขับทับน้องเจ๊าะแจ๊ะ สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่เป็นข่าวอยู่ด้วย

ล่าสุดวันนี้ (29 ก.ย.) มีคนร้องเรียนผ่าน “ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” เกี่ยวกับคนขับรถชนสุนัข โดยระบุข้อความว่า “ลุงขับรถชนสุนัขไซบีเรียนคนเดียวกัน รถเขาครับ เขาใช้รถอยู่ 2 คัน ชนที่หน้าโรงงานคูลเลอร์ ถนนสุดบรรทัด ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เส้นทางที่ลุงแกไปในตลาดแก่งคอย แกจะไปทุกวัน หลัง 2 ทุ่ม เจ้าของสุนัขตามมาที่รถ ซึ่งจอดอยู่ข้างบ้านผม โชคดีสุนัขไม่ตาย คดีเก่าที่เหยียบไซบีเรียนก็ยังอยู่ในศาล”

ขณะเดียวกันก็มีภาพจากกล้องวงจรปิดอันใหม่ล่าสุด ซึ่งในคลิประบุวันที่ 25 กันยายน 2560 เวลา 21.38 น.
ในภาพจะเห็นว่าสุนัขตัวนี้นอนอยู่เฉยๆ บนถนนริมฟุตปาธ แต่จู่ๆ ก็มีรถกระบะขับจากเลนกลางถนน และเบี่ยงเข้ามาทางฟุตบาธด้วยความเร็ว ก่อนพุ่งตรงมาทางที่สุนัขที่นอนอยู่และชนเข้าเต็มๆ แต่โชคดีที่สุนัขตัวนี้ได้ลุกวิ่งก่อนรถจะถึงตัวเพียงไม่กี่วินาที เลยทำให้ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น

Gclub แจกโบนัสฟรี 100% Gclub Royal มิติใหม่ แห่งการเล่นพนันออนไลน์ Gclub ผ่านเว็บ ผ่านมือถือ บริการฝาก-ถอน เล่น จีคลับ คาสิโนออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มามะมาจอยกันๆ

จากภาพตามคลิปเหมือนกับว่ารถกระบะคันนี้จงใจพุ่งชนสุนัขที่นอนอยู่ พอชนเสร็จก็เหมือนกับว่าจะตามไปซ้ำอีก ต่อมามีเอกสารระบุชื่อผู้ครอบครองรถคันที่ชนสุนัขล่าสุด ระบุชื่อคือ “สุพร” ซึ่งนามสกุลของ นายสุพร เป็นนามสกุลเดียวกับ ลุงสูงสรร ที่ขับรถกระบะชนสุนัข แต่เป็นรถกระบะอีกคันด้วย

โดยรถคันที่ก่อเหตุล่าสุดได้จอดไว้บริเวณหน้าบ้านของ “นายสูงสรร” ลุงขับรถกระบะที่ชนสุนัขด้วย หากย้อนกลับไปในข้อความที่มีคนแจ้งกับ “ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” เข้ามา แล้วระบุว่า “เขาใช้รถอยู่ 2 คัน” นั่นหมายความว่า คนขับรถไล่ชนสุนัขคือคนคนเดียวกันหรือไม่


​ครอบครัววอนรัฐบาล ช่วย ‘วรรณา’ และลูก พ้นคุกตุรกี

ครอบครัววรรณาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับเหตุเอี่ยวแก๊งระเบิดราชประสงค์เมื่อ 2 ปีก่อน ร้องสื่อขอให้รัฐบาลไทยเห็นใจนำตัวน้องสาวและลูกน้อยที่เกิดในห้องขังใน ตม.ประเทศตุรกี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยหลังจากถูกกักตัวนานGclub

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (30 ก.ย.) ที่บ้านของครอบครัว นางวรรณา สวนสัน หรือ นางไมซาเราะห์ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดพังงา อยู่ในพื้นที่ ม. 6 บ้านห้วยทรัพย์ ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องหา และ นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู ชาวตุรกี สามีนางวรรณา ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันมียุทธภัณฑ์ และครอบครองวัตถุระเบิดฯบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.58 หลังจากเดินทางไปยังประเทศตุรกีก่อนเกิดเหตุระเบิด โดยการสืบสวนสอบสวนพบว่านางวรรณา เกี่ยวข้องในการเปิดห้องพัก และเช่าบ้านให้กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพื่อนของสามี

ล่าสุด นางรู้เกี้บ สวนสัน มารดา และนางเอมอร สวนสัน พี่สาว พร้อมครอบครัวได้ร้องของความเป็นธรรมให้ทางรัฐบาลไทยเข้าช่วยเหลือครอบครับของ นางวรรณา สวนสัน ผู้ต้องหาในคดีระเบิดราชประสงค์ ก่อนจะถูกจับตัวพร้อมสามีที่ ตม.ตุรกี พร้อมถูกยึดพาสปอร์ตห้ามเดินทางออกนอกประเทศตุรกี และถูกคุมขังไว้ที่ ตม.ตุรกี เป็นเวลากว่า 2 ปี

จนทำให้ทางญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพังงา เกิดความกังวลใจและสงสารหลานอีก 2 คน ที่เกิดในห้องขังต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก จึงต้องการให้ทางรัฐบาลไทยเข้าช่วยเหลือนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางญาติๆ ได้มีการทำหนังสือไปถึงทางสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อของให้ทางรัฐบาลขอตัวนางวรรณา สวนสัน กลับมาที่ประเทศไทย แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงฝากสื่อให้ช่วยเหลือ

นางเอมอร สวนสัน พี่สาว กล่าวว่า น้องสาวถูกออกหมายจับในคดีระเบิดเหตุราชประสงค์ เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นน้องสาวของตนเองได้ไปเช่าโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯและมีการเช็คเอาท์ออกไปก่อนหน้าแล้ว 2 เดือนกว่า ก่อนจะมีเหตุการณ์วางระเบิด และมีคนไปเช่าห้องที่น้องสาวพักอาศัยอยู่ต่อ

จึงอยากจะฝากถึงทางรัฐบาลไทยและสื่อมวลชน ช่วยนำเสนอเพื่อขอตัวน้องสาวกลับมายังประเทศไทย เพราะอยู่ที่ประเทศตุรกีถูกกักขังในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองซึ่งตนเองเคยได้ติดต่อกับน้องสาวที่ถูกคุมขังอยู่ประเทศตุรกี เขาอยากกลับมาประเทศไทยเพื่อมาพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวได้ทำหนังสือให้ทางสำนักนายกฯรัฐมนตรีช่วยเหลือแต่ยังไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย

ขอบคุณที่มาของภาพ: S NEWS!


ฉลอง!ชิรูด์กระทุ้งครบร้อยตุงให้ปืนใหญ่

โอริวิเย่

 

 

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกสุดหล่อเลือดน้ำหอม ทำประตูให้ อาร์เซน่อล ครบร้อยตุงเรียบร้อย และถือเป็นคนที่ 19 ของสโมสรที่ทำได้อย่างน้อย 100 ประตู

 royal1688 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าเลือดเฟร้นช์ของ อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำประตูให้ต้นสังกัดถึงหลัก 100 ลูก เรียบร้อย หลังทำ 1 ประตูจากลูกโทษช่วยทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” บุกไปเอาชนะ บาเต้ โบริซอฟ สโมสรลูกหนังของเบลารุส 4-2 ในเกม ยูเอฟ่า ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดสอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ชิรูด์ ซึ่งย้ายมาจาก มงต์เปลลิเย่ร์ ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 540 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2012 ถือเป็นนักเตะ “เดอะ กันเนอร์ส” รายที่ 19 ที่ทำประตูให้สโมสรถึงร้อยลูก (ลงเล่นให้ทีมไปแล้ว 238 นัด) โดยแบ่งเป็นในลีก 70 ประตู, เอฟเอ คัพ 13 ประตู, ลีก คัพ 2 ประตู, ยุโรป 14 ประตู และอื่นๆ 1 ประตู


Gclub ลือสุดสะพรึง! อาถรรพ์ไม้ฝาโลงเอามาทำบ้าน คร่าชีวิตเกือบยกครัว

อาถรรพ์เอาไม้ฝาโลงศพมาทำบ้าน คร่าชีวิตคนในครอบครัวไปแล้วแทบยกครัว ล่าสุดหนุ่มวัย 36 ผูกคอตายที่สวนหลังบ้านไปอีกราย

วันนี้ (29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.มานพ สุนทรารักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณสวนหลังบ้านแห่งหนึ่งใน อ.รัตนบุรี จึงเขาตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี และหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ รีบไปยังที่เกิดเหตุ

Gclub

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ที่สวนหลังบ้าน พบร่างของผู้ตายผูกคอห้อยอยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ สูงจากพื้นดินประมาณ 80 เซนติเมตร โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกกับกิ่งไม้ ตามร่างกายมีมดแดงรุมกัดเต็มไปทั่ว คาดว่าน่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง ทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญเหลือ อายุ 36 ปี ชาว จ.สุรินทร์ อาชีพรับจ้างทั่วไป

นางพิมพ์ ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ก่อนที่จะพบศพนายบุญเหลือ ตนกำลังเข้าไปหามันและสาคูที่สวนหลังบ้าน เพื่อที่จะเอาไปต้มกิน ก็ได้เหลือบไปเห็นร่างของนายบุญเหลือ ผู้เป็นหลาน อยู่บนต้นไม้ ตอนแรกก็คิดว่านายบุญเหลือจะขึ้นต้นไม้ไปเก็บเอามะพร้าว ตนจึงได้ตะโกนเรียกและพยายามจะดึงขาให้ลงมา แต่พอมองขึ้นไปบนต้นไม้ชัดๆ อีกที ก็กลับกลายเป็นว่านายบุญเหลือได้ผูกคอตายไปแล้ว จึงได้รีบมาบอกญาติพี่น้องให้มาดู ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าตำรวจให้ทราบ

พี่สาวของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายเป็นคนติดเหล้าและประสาทไม่ค่อยดี เมื่อวานนี้ก่อนเกิดเหตุ นายบุญเหลือได้มาขอเงินกับตน เพื่อที่จะเอาไปซื้อเหล้ากิน แต่ตนบอกว่าวันนี้ไม่มีเงินแต่ก็จะพยายามหามาให้ เพราะรู้ว่าน้องชายของตนเป็นคนที่ขาดเหล้าไม่ได้ พอวันไหนไม่ได้กินเหล้าก็มักจะบ่นว่าอยากจะผูกคอตายทุกครั้งไป ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้งเหมือนกัน แต่โชคดีที่มีคนมาพบเสียก่อนแล้วก็ช่วยเหลือได้ทัน แต่ในครั้งนี้ไม่มีคนพบ จึงทำให้นายบุญเหลือผูกคอตายได้สำเร็จ

แต่จากเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันกล่าวขานถึงเรื่องราวอาถรรพ์ของบ้านหลังนี้กันเป็นอย่างมาก เนื่องจากบ้านหลังนี้เดิมมีสมาชิกในครอบครัวอยู่จำนวน 6 คน เริ่มจากผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตไป จากนั้นพี่ชายคนโตและน้องคนเล็กสุด ก็ได้มาเสียชีวิตตามไปอีก 2 คน

จนกระทั่งมาถึงนายบุญเหลือเป็นคนที่ 4 ซึ่งระยะเวลาเกิดเหตุก็ไม่ห่างกันมากนัก จึงเชื่อกันว่าน่าจะเกิดจากอาถรรพ์ของไม้จูงโลง หรือไม้ที่ใช้ทำฝาโลงศพ ที่ครอบครัวนี้ได้นำมาทำเป็นฝาบ้านเมื่อตอนสร้างบ้านใหม่ๆ

ในตอนนั้นก็ได้มีชาวบ้านและผู้รู้ต่างก็ได้ทักท้วงแล้วว่าไม่ดี แต่ครอบครัวนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ที่สมาชิกในครอบครัวนี้ ได้เสียชีวิตไปทีละคน จึงทำให้หลายคนโดยเฉพาะญาติๆ ของครอบครัวนี้เริ่มคิดวิตกกังวลกัน และจะได้หารือกันเพื่อที่จะทำการรื้อบ้านหลังดังกล่าวนี้ทิ้งภายหลังจากเสร็จงานศพของนายบุญเหลือ และจะได้ทำบุญใหญ่ให้กับบ้านหลังนี้ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดเหตุอาถรรพ์กับครอบครัวนี้อีกต่อไป

ขณะที่ครอบครัวนี้จึงเหลือเพียง 2 คน คือ พ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตและพี่สาว ซึ่งทั้งสองได้ย้ายออกมาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งนานแล้ว


สาวโร่แจ้งตำรวจ ถูกพี่ชายเพื่อนบุกเข้าห้องนอน หวังข่มขืน

สาวโร่แจ้งตำรวจ หลังรอดหวุดหวิดจากการเกือบถูกพี่ชายของเพื่อนสาวเภสัชกร พยายามจะข่มขืน สุดท้ายคนร้ายหนีตำรวจไปกับความมืด

(27 ก.ย.) เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) ว่าถูกนายเกรียงศักดิ์ อักษรชื่น อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสาวที่ทำงานเป็นเภสัชกรประจำร้านขายยา ทำร้ายร่างกายและพยายามจะข่มขืน ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมดำเนินคดี โดยหลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดย น.ส.เอ (ผู้เสียหาย) ได้พาเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านเช่าอยู่ภายในซอยศูนย์ลิงเก่า ก็พบว่านายเกรียงศักดิ์ คนร้ายนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและบอกให้เปิดประตูบ้านมอบตัว แต่นายเกรียงศักดิ์ ไม่ยอมเปิด พยายามที่จะหนีออกทางประตูหลังบ้านแต่ออกไปไม่ได้ นายเกรียงศักดิ์ จึงตัดสินใจวิ่งผ่านประตูกระจกหน้าบ้านออกมาจนกระจกแตก และเจ้าหน้าที่พยายามจับกุมแต่คนร้ายแต่สามารถดิ้นหลุด วิ่งหนีไปในความมืดได้สำเร็จ

น.ส.เอ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนได้อาศัยอยู่กับเพื่อนสาวที่ทำงานเป็นเภสัชกรประจำร้านขายยาแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย และได้มาเช่าบ้านหลังนี้อยู่ด้วยกัน 4 คน มีตนเอง เพื่อนสาวอยู่กับแฟนหนุ่ม และพี่ชายของเพื่อนสาว โดยก่อนเกิดเหตุเพื่อนสาวกับแฟนหนุ่ม ไม่อยู่บ้าน ทำให้ตนเองกับพี่ชายของเพื่อนอยู่กันเพียงสองคน ซึ่งพี่ชายของเพื่อนก็พยายามเข้ามาปลุกปล้ำหมายข่มขืน แต่ตนเองดิ้นหลุดมาได้และขี่รถจักรยานยนต์มาแจ้งความกับตำรวจ ส่วนคนร้ายก็ทำทีไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนบ้าน

จากนั้น ร.ต.อ.สุพจน์ ขาวขวัญ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม กล่าวว่า จากที่ได้เข้าตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าวพบโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงินของคนร้ายตกอยู่ จึงได้ทำการเช็คประวัติข้อมูล พบว่ามีคดีอาญา และมีหมายจับ 2 หมายของพื้นที่ สภ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เบื้องต้นได้นำ น.ส.เอ ผู้เสียหาย ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Gclub นุงนังลอตเตอรี่ 12 ล้าน ! หนุ่มทำหายชี้พิรุธหลายอย่าง ตร.จี้ 1 สัปดาห์รู้ผล

คดีลอตเตอรี่เจ้าปัญหา 12 ล้านที่บุรีรัมย์ยังวุ่น ต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐาน แต่หนุ่มที่แจ้งความถูกขโมยลอตเตอรี่ยังมั่นใจพยานหลักฐานของตัวเอง แม้สองสามีภรรยาชาวร้อยเอ็ดที่นำสลากไปขึ้นเงินจะโชว์รูปถ่ายลอตเตอรี่ที่อ้างถูกรางวัล 18 ล้านมายืนยัน ตร. แต่ส่อพิรุธหลายอย่าง ด้าน จนท.ขอเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์รู้ผล

Gclub

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ย. 60) จากกรณีที่ นายพันธุ์ศักดิ์ อายุ 31 ปี หนุ่มชาว ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ถูกขโมยลอตเตอรี่ที่ตนเองถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 60 หมายเลข 715431 จำนวน 2 คู่ เป็นเงิน 12 ล้านบาท

กระทั่งต่อมาทราบว่ามีคนนำลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวไปขึ้นเงินแล้วเมื่อวันที่ 23 – 24 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นสองสามีภรรยาชาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ยังส่อเค้าวุ่น เมื่อต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐานออกมายืนยันว่าตัวเองเป็นคนถูกลอตเตอรี่ชุดดังกล่าว

โดยเฉพาะเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (28 ก.ย. 60) ที่นายวิทยา และนางขวัญศิริ สองสามีภรรยาชาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อว่าเป็นบุคคลที่นำลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลไปขึ้นเงิน ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง พร้อมทั้งมีการนำรูปถ่ายลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ส.ค. 60 มาเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ตนเองเป็นผู้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ส.ค. 60 หมายเลข 715431 และถูกจำนวน 3 คู่เป็นเงิน 18 ล้านบาท ไม่ใช่ 2 คู่ 12 ล้านบาท

อีกทั้งพ่อค้าที่ขายลอตเตอรี่ยังออกมายืนยันว่า ได้ขายลอตเตอรี่ให้กับทั้ง 2 คน แต่จำไม่ได้ว่าใครซื้อเลขอะไรไป ยิ่งสร้างความสับสนให้กับสังคมและผู้ที่ติดตามข่าวสารดังกล่าวว่าใครพูดจริง ใครโกหกกันแน่

ขณะที่ นายพันธุ์ศักดิ์ หนุ่มว่าที่เศรษฐีที่แจ้งความว่าถูกขโมยลอตเตอรี่ 12 ล้าน พร้อมครอบครัว ก็ยังคงมั่นใจในพยานหลักฐาน และการทำหน้าที่ของตำรวจ ถึงแม้สองสามีภรรยาจะนำรูปถ่ายที่อ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 ชุดเดียวกันมายืนยันกับตำรวจก็ตาม แต่ยังเชื่อว่าความจริงก็คือความจริง

ประกอบกับพบความผิดปกติและพิรุธหลายอย่าง อาทิ รูปถ่ายลอตเตอรี่ที่นำมายืนยัน ทำไมจึงถ่ายเก็บไว้แค่ 2 คู่ คือชุดที่ 31, 32 และชุดที่ 57, 58 แล้วทำไมอีกคู่จึงไม่ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน แต่ชุดที่ตนเองแจ้งว่าถูกขโมยเป็นชุดที่ 31, 32 และชุดที่ 37, 38

 

ประกอบกับหลักฐานจากกองสลากฯ ก็ระบุเพียงว่ามีการไปขึ้นเงิน 2 คู่ แล้วอีก 1 คู่ใครไปขึ้นเงิน จึงอยากให้มีการตรวจสอบกับทางกองสลากฯ อีกครั้ง ว่าลอตเตอรี่ชุดที่ 57, 58 ที่สองสามีภรรยาระบุว่าถูกรางวัลที่ 1 นั้น ได้ไปขึ้นเงินจริงหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้นที่ทำให้รู้สึกคาใจคือ ทำไมสามีภรรยาจึงเดินทางไปขึ้นเงินที่กองสลากคนละวัน และที่สำคัญหากถูกลอตเตอรี่ถึง 3 คู่ ซึ่งมียอดเงินรางวัลสูงถึง 18 ล้านบาท ทำไมจึงไม่ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งผิดวิสัยของคนที่ถูกรางวัลยอดเงินจำนวนมาก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดทำคดีให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว

ขณะที่ นายสิทธิ์พิทักษ์ ชาวบ้าน ต.เมืองยาง อ.ชำนิ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้รู้จักกับนายพันธุ์ศักดิ์ และครอบครัวเป็นการส่วนตัว และไม่ได้รู้จักกับสองสามีภรรยาที่นำสลากไปขึ้นเงิน แต่ที่มาเป็นพยานให้กับนายพันธุ์ศักดิ์ เนื่องจากวันที่ตนเองไปทำธุระที่ สภ.นางรอง แล้วบังเอิญเจอกับนายพันธุ์ศักดิ์ กับครอบครัว และคนขายลอตเตอรี่ ที่มาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพัก

จึงสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งได้พูดคุยกับคนขาย ซึ่งก็ยังยืนยันว่านายพันธุ์ศักดิ์ ซื้อลอตเตอรี่กับเขาแล้วถูกรางวัลที่ 1 จริง แต่หลังจากนั้นได้ติดตามข่าวพบว่ามีสองสามีเป็นผู้ไปขึ้นเงินที่กองสลาก และพ่อค้าที่ขายก็กลับคำพูดอ้างจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนซื้อและถูกรางวัลกันแน่ ซึ่งตนเห็นว่าน่าจะมีเงื่อนงำและความผิดปกติ

จึงมาแสดงตัวเป็นพยานว่าคนขายเคยมาให้การยืนยันว่านายพันธุ์ศักดิ์ ถูกลอตเตอรี่ เพราะมองว่าไม่มีความเป็นธรรม

ด้าน พนักงานสอบสวนก็อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหาย ผู้ที่ถูกพาดพิงถึง และพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 10 ปาก คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนเสนอผู้บังคับบัญชา และส่งอัยการพิจารณาตามกระบวนการขั้นตอนได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์


ฮีโร่น้อยวัย 10 ขวบ เข้าขวางคมมีดพ่อแทนแม่จนบาดเจ็บ

หนุ่มสองแถวคลั่งตามง้อเมียไม่สำเร็จคว้ามีดหวังปาดคอ ขณะลูกชายวัย 10 ขวบ เอามือเข้าขวางจนได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 16.00 น. (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ไพโรจน์ ถาวร รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุชายเมาคุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดไล่ทำร้ายหญิงสาวและเด็กชายวัย 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณลานหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ซอยบ่อดิน หมู่ที่ 5 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ

ที่เกิดเหตุพบเพียงผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.สุวัฒนา อายุ 27 ปี นั่งอยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมและมีร่องรอยการถูกทำร้ายตามร่างกายจนเขียวช้ำหลายแห่ง ใกล้กันพบ ด.ช.เก้า (นามสมมติ) อายุ 10 ขวบ มีบาดแผลถูกฟันที่หลังมือข้างขวาจนเป็นแผลฉกรรจ์เลือดไหลไม่หยุด ด้านเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่ง รพ.สมุทรปราการ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ นายนพนัตร์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นสามีและเป็นพ่อของเด็กผู้บาดเจ็บ มีอาชีพขับรถสองแถวโดยสารสาย 36 ที่วิ่งระหว่างปากน้ำ – ตำหรุ

หลังก่อเหตุได้ขับรถสองแถวคันดังกล่าวหลบหนีไป โดยก่อนหลบหนียังได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่าจะเอายาพิษไปกรอกปากลูกชายอายุ 11 ปี ที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 และจะกินยาตายพร้อมกับลูก ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ จึงเร่งประสานตำรวจ สภ.บางปู ให้เดินทางไปรับตัวลูกชายที่โรงเรียนเอาไว้ก่อน เกรงว่า นายนพนัตร์ ผู้เป็นพ่ออาจไปก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากอยู่ในอาการคุ้มคลั่งเมาเหล้าและสารเสพติด

จากการสอบถาม นางสุพรดา อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สุวัฒนา ได้พา ด.ช.เก้า บุตรชายมาช่วยตนเก็บข้าวของที่บ้าน เนื่องจากเดือนหน้าตนจะมีงานแต่งงานลูกชาย ในระหว่างที่ตนและ น.ส.สุวัฒนา กำลังช่วยกันเก็บของอยู่ที่ลานหน้าบ้าน นายนพนัตร์ ผู้ก่อเหตุและเป็นสามีของ น.ส.สุวัฒนา ได้ขับรถสองแถวคันดังกล่าวมาจอดที่หน้าบ้านและลงมาจากรถด้วยอาการมึนเมา ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา น.ส.สุวัฒนา เพื่อมาง้อขอคืนดี เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองได้ทะเลาะกัน และ น.ส.สุวัฒนา ได้พาลูกชายคนเล็กหนีมานอนอยู่ที่บ้านน้องสาว

แต่ น.ส.สุวัฒนา ไม่ยอมคืนดีด้วย ทำให้ นายนพนัตร์ เกิดอาการคล้ายคนคุ้มคลั่งลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.สุวัฒนา ทั้งตบทั้งเตะจนน่วมไปทั้งตัว ตนได้เข้าไปห้ามปรามแต่ นายนพนัตร์ ยังไม่หายคุ้มคลั่งได้เดินเข้าไปในครัวก่อนหยิบมีดทำครัวออกมาจอที่ไปคอของ น.ส.สุวัฒนา เพื่อที่จะปาดคอ แต่ ด.ช.เก้า บุตรชายวัย 10 ขวบ เห็นพ่อจะใช้มีดทำร้ายแม่ จึงได้เอามือเข้าไปขวางพร้อมทั้งบอกพ่อว่าอย่าทำแม่ จนคมมีดได้บาดเข้าที่หลังมือของ ด.ช.เก้า จนเป็นแผลฉกรรจ์ ตนจึงรีบเข้าแย่งมีดมาจากมือของ นายนพนัตร์ ออกมาได้


Gclub สาวเตือนภัย ถูกหนุ่มเมาไถบุหรี่-จะทำร้าย หน้าห้างดัง

(29 ก.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊ก Pitcha P. Choo ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้ 5 แยกลาดพร้าว โดยเป็นเหตุการณ์ชายที่มีลักษณะอาการมึนเมา พยายามหาเรื่องแฟนหนุ่มชาวต่างชาติของเธอ

Gclub

โดยคุณ Pitcha P. Choo ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มเกิดจากชายที่มีอาการมึนเมาเดินเข้ามาไถบุหรี่แฟนเธอ แต่พอไม่ให้ กลับไม่ยอมให้เดินไปและพยายามโวยวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ.มา ก็บอกว่าไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวอ้าง

“ดูหนังรอบดึก ออกมากำลังจะไปขึ้นแท็กซี่ ไอ้นี่ พุ่งเข้ามาไถบุหรี่แฟน พอแฟนนี่ไม่ให้ ก็ไม่ยอมให้พวกเราไป พอนี่บอกให้มันหยุด มันพุ่งเข้ามาจะตบ แล้วถามว่า รู้มั้ยว่ามันเป็นใคร แล้วมันท้าให้ถ่ายคลิป นี่เลยโทรเรียกตำรวจ

ระหว่างที่คุยกับตำรวจ มันก็ผลักอกแฟนนี่ แฟนเลยผลักมันกลับ แล้วแม่งกลับไปหยิบขวดเบียร์มาจะตีแฟน นี่เลยตะโกนให้คนมาช่วย พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมา กลับตอ…ว่าไม่ดูดบุหรี่ แค่นั่งกินเบียร์เฉยๆ แล้วแฟนนี่ไปผลักมัน อี… นี่เลยปรี๊ดแตกค่ะ

มันพุ่งเข้ามาชาร์จแฟนนี่จริงมั้ย หาเรื่องก่อนจริงมั้ย ใครผลักใครก่อน ไปดูในกล้องวงจรปิดได้เลย อย่ามาตอ..ล หน้าตัวเมีย เป็นใครไม่สน อย่ามากร่าง คนอย่าง..ไม่กลัวอยู่แล้ว เกลียดนัก หาเรื่องคนอื่นแล้วยังตอแ..ลอีก”

ทั้งนี้ หญิงสาวเจ้าของคลิปและแฟนหนุ่มเดินออกมาจากที่เกิดเหตุและนั่งรถแท็กซี่กลับ และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ดำเนินการดูแลชายที่มีอาการมึนเมาต่อไป

ต่อมา เฟซบุ๊กของห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุได้เข้ามาโพสต์ข้อความใต้โพสต์ดังกล่าว ความตอนหนึ่งระบุว่า “ต้องขออภัยท่านลูกค้าเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับข้อมูลมาเพื่อปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยกับพนักงาน รปภ. ของเรา

โดยการตรวจตราอย่างเข้มงวดขึ้นไม่ให้มีบุคคลไม่พึงประสงค์อยู่บริเวณรอบศูนย์ฯ และดำเนินการซักซ้อม รปภ. เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติหากเกิดเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งสำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น ทาง รปภ ได้แจ้ง สน. พหลโยธินทันที ซึ่งตำรวจได้มาถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 23:52 น.”

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์เรื่องราวดังกล่าว ก่อนจะมีลูกเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบุว่า ชายในคลิปเป็นคนสติไม่ดี หนีออกมาจากโรงพยาบาล เคยทำพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วหลายครั้งตามที่ต่างๆ


ทาสยา! หลวงพี่ควงปืนยิงสนั่นโชว์วันพระ อ้างอยากให้กระสุนน้อยลง

หลวงพี่เสพยา ควงปืนลูกซองยิงขึ้นฟ้า อ้างวันนี้วันพระอยากยิงปืนให้ลูกกระสุนลดน้อยลง

(28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.พบพระ จ.ตาก ได้รับแจ้งเหตุจากพระสัมพันธ์ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ หมู่ที่ 1 ต.พบพระ จ.ตาก ว่า เกิดเหตุพระสงฆ์ยิงปืนภายในสำนักสงฆ์จนทำให้เกิดความแตกตื่น หลังรับแจ้งเหตุ ตำรวจ สภ.พบพระ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่รวม 30 นาย เข้าไปตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ โดยได้ปิดล้อมกุฏิหลังหนึ่งซึ่งเป็นที่พักของ “พระอภินันท์” อายุ 31 ปี ซึ่งพระลูกวัดแจ้งว่าเป็นคนยิงปืนขึ้นฟ้า เจ้าหน้าที่จึงเข้าล้อมพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น และตะโกนขอให้พระอภินันท์ที่เก็บตัวอยู่ภายในกุฏิให้ออกมาพบเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่เป็นผล จนเวลาผ่านไปพระอภินันท์จึงยอมเปิดประตูกุฏิห้องออกมาพบเจ้าหน้าที่ในสภาพมึนงง เหมือนไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัวพร้อมนิมนต์พระอภินันท์ให้นำเข้าไปตรวจค้นภายในกุฏิ จากการตรวจค้น พบอาวุธปืนลูกซองสั้นสภาพใหม่ 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนลูกซอง 33 นัด เก็บซุกซ่อนอยู่ภายในกุฏิ เจ้าหน้าที่จึงนิมนต์พระอภินันท์ไปทำพิธีสึก ก่อนจะควบคุมตัวไปตรวจหาสารเสพติดภายในร่างกาย เบื้องต้นผลการตรวจพบสารเสพติดภายในร่างกาย จึงนำตัวไปสอบสวนขยายผลที่ สภ.พบพระ ต่อไป

จากการสอบสวนพระสัมพันธ์ให้การเบื้องต้นว่า พระอภินันท์ได้ขอมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นวันพระ จู่ ๆ พระอภินันท์ก็เกิดอาการผิดปกติ เดินออกจากกุฏิแล้วใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด สร้างความแตกตื่นและตกใจให้แก่พระลูกวัดที่ต่างวิ่งหนี เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จากนั้นพระลูกวัดจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาปิดล้อมจับกุมตัวดังกล่าว

หลังการสอบสวนเบื้องต้น นายอภินันท์รับสารภาพในสภาพมึนงงและยอมรับว่าเป็นคนยิงปืนขึ้นฟ้าจริง เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระและกระสุนปืนก็มีมาก จึงอยากยิงให้เหลือน้อยๆ และต้องการทดสอบปืน ไม่ได้คิดจะทำร้ายผู้ใด จากนั้นตำรวจจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Gclub สาวเตือนภัย ถูกหนุ่มเมาไถบุหรี่-จะทำร้าย หน้าห้างดัง

(29 ก.ย.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอจากเฟซบุ๊ก Pitcha P. Choo ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้ 5 แยกลาดพร้าว โดยเป็นเหตุการณ์ชายที่มีลักษณะอาการมึนเมา พยายามหาเรื่องแฟนหนุ่มชาวต่างชาติของเธอ

Gclub

โดยคุณ Pitcha P. Choo ระบุว่า เหตุการณ์เริ่มเกิดจากชายที่มีอาการมึนเมาเดินเข้ามาไถบุหรี่แฟนเธอ แต่พอไม่ให้ กลับไม่ยอมให้เดินไปและพยายามโวยวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ รปภ.มา ก็บอกว่าไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวอ้าง

“ดูหนังรอบดึก ออกมากำลังจะไปขึ้นแท็กซี่ ไอ้นี่ พุ่งเข้ามาไถบุหรี่แฟน พอแฟนนี่ไม่ให้ ก็ไม่ยอมให้พวกเราไป พอนี่บอกให้มันหยุด มันพุ่งเข้ามาจะตบ แล้วถามว่า รู้มั้ยว่ามันเป็นใคร แล้วมันท้าให้ถ่ายคลิป นี่เลยโทรเรียกตำรวจ

ระหว่างที่คุยกับตำรวจ มันก็ผลักอกแฟนนี่ แฟนเลยผลักมันกลับ แล้วแม่งกลับไปหยิบขวดเบียร์มาจะตีแฟน นี่เลยตะโกนให้คนมาช่วย พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมา กลับตอ…ว่าไม่ดูดบุหรี่ แค่นั่งกินเบียร์เฉยๆ แล้วแฟนนี่ไปผลักมัน อี… นี่เลยปรี๊ดแตกค่ะ

มันพุ่งเข้ามาชาร์จแฟนนี่จริงมั้ย หาเรื่องก่อนจริงมั้ย ใครผลักใครก่อน ไปดูในกล้องวงจรปิดได้เลย อย่ามาตอ..ล หน้าตัวเมีย เป็นใครไม่สน อย่ามากร่าง คนอย่าง..ไม่กลัวอยู่แล้ว เกลียดนัก หาเรื่องคนอื่นแล้วยังตอแ..ลอีก”

ทั้งนี้ หญิงสาวเจ้าของคลิปและแฟนหนุ่มเดินออกมาจากที่เกิดเหตุและนั่งรถแท็กซี่กลับ และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ดำเนินการดูแลชายที่มีอาการมึนเมาต่อไป

ต่อมา เฟซบุ๊กของห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุได้เข้ามาโพสต์ข้อความใต้โพสต์ดังกล่าว ความตอนหนึ่งระบุว่า “ต้องขออภัยท่านลูกค้าเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอน้อมรับข้อมูลมาเพื่อปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยกับพนักงาน รปภ. ของเรา

โดยการตรวจตราอย่างเข้มงวดขึ้นไม่ให้มีบุคคลไม่พึงประสงค์อยู่บริเวณรอบศูนย์ฯ และดำเนินการซักซ้อม รปภ. เกี่ยวกับแนวทางในการปฏิบัติหากเกิดเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งสำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนั้น ทาง รปภ ได้แจ้ง สน. พหลโยธินทันที ซึ่งตำรวจได้มาถึงจุดเกิดเหตุในเวลา 23:52 น.”

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์เรื่องราวดังกล่าว ก่อนจะมีลูกเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบุว่า ชายในคลิปเป็นคนสติไม่ดี หนีออกมาจากโรงพยาบาล เคยทำพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วหลายครั้งตามที่ต่างๆ