มีลุ้นช่วยทีมทัน! “มุ้ย” ร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว


วันที่ 9 มิถุนายน 2560 เวลา 19.00 น. ที่เกียรติธานี คันทรี คลับ ทีมชาติไทย ลงฝึกซ้อมเป็นมื้อที่ 2 ของวันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย พบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้

โดยการฝึกซ้อมในช่วงเย็นทีมชาติไทย ได้รับข่าวดี เมื่อ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก่งของทีมชาติไทย สามารถกลับมาลงฝึกซ้อมแบบเต็มๆ กับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ “มุ้ย” ถูกแยกซ้อมเดี่ยว เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่หลัง

ส่วนโปรแกรมการฝึกซ้อมในวันนี้ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ได้เน้นให้นักเตะฝึกซ้อมแท็คติคในการเล่นเกมรุกและเกมรับ เพื่อให้นักเตะมีความเข้าใจรูปแบบการเล่น นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้นักเตะแต่ละตำแหน่งมีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นด้วย โดยใช้เวลาฝึกซ้อมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง

ภายหลังจากการฝึกซ้อม โซรัน ยานโควิช ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้กล่าวถึงการคัมแบ็คกลับมาซ้อมแบบเต็มๆ ของ ธีรศิลป์ แดงดาว่า “ธีรศิลป์ ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ เขามีโอกาสลงซ้อมเต็มรูปแบบกับทีมครั้งแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็มร้อย ยังต้องใช้เวลาอีกสมพอควร และระมัดระวังเขาเป็นพิเศษ ซึ่งเรายังตอบไม่ได้ว่าเขาจะพร้อมลงสนามหรือไม่ เพราะยังต้องเฝ้าดูอาการกันต่อไป”

“ส่วนการซ้อมวันนี้เราเน้นในเรื่องของแท็คติค ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้เวลาซ้อมมากขึ้น เพราะอย่างที่ทุกคนทราบว่ามีผู้เล่นใหม่เข้ามา และเราก็พยายามนำข้อผิดพลาดจากเกมกับอุซเบกิสถาน มาแก้ไขให้ดีขึ้น ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

“ส่วนเรื่องที่อาจมีฝนตกลงมาในวันแข่งขัน คงไม่เป็นอุปสรรคอะไร เพราะส่วนใหญ่ผู้เล่นไทยค่อนข้างคุ้นเคยอยู่แล้ว และตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า ยูเออี มีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไร เนื่องจากเขาเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชเช่นกัน และเพิ่งลงสนามไปแค่เกมเดียว (อุ่นเครื่องชนะลาว 4-0)” โซรันปิดท้าย

สำหรับทีมชาติไทย จะเก็บตัวอยู่ที่เกียรติธานี คันทรี คลับ ก่อนจะตัดตัวผู้เล่นให้เหลือ 23 คนสุดท้าย ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 8 พบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560 จะแข่งขันกัน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสด ทางช่อง 7 สี


ผมจะทำให้ดีที่สุด! “เควิน ดีรมรัมย์” แบ็กซ้ายความหวังใหม่ช้างศึก


เควิน ดีรมรัมย์ แบ็คซ้ายทีมชาติไทย ได้รับโอกาสจาก มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ให้การออกสตาร์ทเป็นผู้เล่น 11 ตัวจริง ในเกมอุ่นเครื่องที่ทีมชาติไทย บุกไปพ่าย อุซเบกิสถาน 0-2 แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมของแบ็คซ้ายวัย 19 ปีรายนี้ ถือว่าทำได้ดี จนมีเสียงชื่อชมจากแฟนฟุตบอลไทย

โดย เควิน ดีรมรัมย์ ได้กล่าวว่า “ผมดีใจที่แฟนบอลชื่นชมผลงานของผม แต่ผมยังมีอะไรที่ต้องพัฒนาอีกเยอะ ผมอายุเพียงแค่ 19 ปี ผมพยายามทำงานหนักทุกวันและทุกครั้งที่ได้รับโอกาส มันเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามาก ซึ่งผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”

“ส่วนตัวแน่นอนว่าอยากเป็นตัวเลือกแรกของทีม แต่มันไม่ง่าย เพราะอย่างที่บอก ผมรู้สึกว่าการแข่งขันอาจสูงขึ้น แต่ผมสัญญาว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

“ผมกำลังรอคอยที่จะลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลชาวไทย มันคงเป็นอะไรที่วิเศษมาก เพราะนี่เป็นหนึ่งในแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุด ผมหวังว่าจะได้เล่นต่อหน้าทุกคน และหวังว่าทุกคนจะเข้ามาให้กำลังใจพวกเราเพื่อคว้าชัยชนะเหนือยูเออีให้ได้ครับ”

สำหรับทีมชาติไทย จะเก็บตัวอยู่ที่เกียรติธานี คันทรี คลับ ก่อนจะตัดตัวผู้เล่นให้เหลือ 23 คนสุดท้าย ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 8 พบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560 จะแข่งขันกัน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสด ทางช่อง 7 สี


ลิปสติกแดงที่เหมาะกับคุณ


เพราะผู้หญิงมีหลายแบบ และสีแดงก็มีหลายเฉด คงจะมีสักเฉดที่เหมาะกับบุคลิกของคุณ

ผู้หญิงหลายคนชอบที่จะทาริมฝีปากด้วยลิปสติกสีแดงสด แต่ก็มีผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่กล้าจะใช้ลิปสติกโทนสีแดงเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าไม่มั่นใจในสีผิวของตัวเอง หรือกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าตัวเองดูเป็นผู้หญิงจัดจ้าน แต่ความจริงแล้วลิปสติกโทนสีแดงจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้คุณเป็นผู้หญิงดูเย้ายวนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างสีสันให้ผู้หญิงมีชีวิตชีวาขึ้นด้วย ทีนี้หากคุณอยากลองใช้ลิปสติกโทนสีแดงกับเขาบ้าง จะเลือกใช้ลิปสติกสีแดงแบบไหนดีให้เข้ากับตัวคุณ

แดงแกมม่วง

หญิงสาวที่ชอบความลึกลับทว่าแฝงไปด้วยความเซ็กซี่ควรใช้สีนี้ หลังจากบำรุงริมฝีปาก ให้วาดขอบปากด้วยดินสอหรือลิปสติกสีแดงเข้ม แล้วทาลิปสติกสีแดงเข้มก่อนแล้วค่อยทาทับด้วยลิปกลอสสีแดงม่วง เน้นสีตาด้วยอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลปนม่วง แค่นี้คุณย่างกรายไปทางไหนจะมีแต่สายตา ที่มองดูคุณเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ มีเสน่ห์น่าค้นหา

แดงชมพู

สีนี้เข้าได้กับผู้หญิงเกือบทุกสีผิวเขียนขอบปากด้วยสีแดงสด ทาทับด้วยลิปสติกสีแดงชมพู โดยวาดขอบปากด้านบนตรงรอยหยักกึ่งกลางให้เป็นรูปโค้งมน จะช่วยเพิ่มความอ่อนหวานส่วนดวงตาใช้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนระบายให้ทั่วเปลือกตา เน้นเส้นอายไลเนอร์บนขอบตาบนและล่างด้วยดินสอเขียนขอบตาสีน้ำตาลเข้ม ปัดขนตาด้วยมาคาร่าสีเข้ม คุณจะกลายเป็นหญิงสาวแสนหวานขึ้นมาในบัดดล

น้ำตาลประกายแดง

เหมาะกับสาวผิวสี เพราะจะช่วยเพิ่มความสว่างใสให้กับใบหน้า วาดขอบปากด้วยสีน้ำตาลแดงแล้วใช้พู่กันทาปาก แต้มลิปสติกสีน้ำตาลค่อนไปทางแดงทาทับ เปลือกตาควรทาด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลประกายแดง โดยระบายในลักษณะกลมมนตามเบ้าตาปัดคิ้วด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลที่อ่อนกว่าสีคิ้วจริงเล็กน้อย แล้วตามด้วยปัดมาสคาร่าสีธรรมชาติ เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน

แดงเพลิง

สีนี้เข้าได้ดีกับผู้หญิงทุกสีผิวที่ต้องการความมาดมั่น หลังขั้นตอนบำรุงริมฝีปากด้วยลิปมอยส์เจอไรเซอร์แล้ว เริ่มด้วยการวาดขอบปากด้วย ดินสอหรือลิปสติกสีแดงเข้ม โดยเน้นขอบปากด้านบนตรงรอยหยักกึ่งกลางปากให้เป็นรูปตัววีเหลี่ยมอย่างชัดเจน ทาทับด้วยลิปสติกสีเดียวกันให้ทั่ว แล้วแต้มลิปกลอสลงไปอีกนิด ช่วยเพิ่มความเย้ายวนให้กับริมฝีปาก เหมาะกับผู้หญิงเก่งและมั่นใจเช่นคุณ

แดงใส ๆ แบบสาวซื่อ ๆ

เหมาะกับสาวที่อยากให้ตัวเองดูเป็นสาวแรกรุ่น ใช้พู่กันแต้มลิปสติกสีแดงส้มหรือแดงชมพูทาบริเวณกึ่งกลางด้านในริมฝีปากบนและล่าง แล้วใช้พู่กันเกลี่ยลิปสติกส่วนที่เหลือให้จางจนเต็มรูปริมฝีปาก เม้มปากบนทิชชูให้เนื้อลิปสติกเหลือบางเบา ทาทับด้วยลิปกลอสใส ปัดขนตาด้วยมาสคาร่าสร้างสีสันให้พวงแก้มด้วยบลัชออนโทนสีสว่าง เท่านี้คุณก็เป็นหญิงสาวที่สวยใสและน่าทะนุถนอมอย่างที่สุด


5 สูตรเนรมิตผมสวย ด้วย “ดอกอัญชันหมักผม


จริงๆ แล้วการดูแลเส้นผมมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากสาว ๆ ก็คือ “การหมักผม” นั่นเอง และที่สำคัญครีมหมักผมในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายตามใจชอบ แต่วันนี้ไม่ต้อง เราไม่ต้องไปเสียเวลาออกไปซื้อครีมหมักผมแล้ว เพราะเราจะทำกันเองที่บ้าน สำหรับส่วนผสมหลักที่เราจะใช้ในวันนี้เป็นสมุนไพรใกล้รั้วอย่าง “ดอกอัญชัน” ส่วนวิธีหมักผมด้วยดอกอัญชัญทำอย่างไรบ้าง ไปรู้กันเลย

5 สูตรผมสวยด้วย ดอกอัญชัญหมักผม

1. สูตรหมักผมสวยด้วย ดอกอัญชันเพียวๆ เริ่มกันที่สูตรแรกอย่างง่ายๆ กันก่อน คือการใช้ส่วนผสมดอกอัญชันเพียงอย่างเดียว วิธีทำคือ นำดอกอัญชันมา 10 ดอก ล้างให้สะอาดแล้วนำไปใส่ในเครื่องปั่น จากนั้นเติมน้ำสะอาดลงไป 1 ถ้วย ปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมากรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำ นำน้ำอัญชันที่ได้ไปชโลมให้ทั่วศีรษะ หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้เป็นประจำ รับรองว่าสาวๆ คนไหนที่อยากผมยาวเร็วสูตรนี้ได้ผลอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่ผมของคุณจะยาวเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ผมของคุณจะดกดำเงางามด้วย

2. สูตรหมักผมสวยด้วย ดอกอัญชัน + เหล้าขาว ดอกอัญชัญหมักผมสูตรนี้ใช้ส่วนผสมสองอย่างระหว่าง ดอกอัญชันและเหล้าขาว วิธีทำคือ นำดอกอัญชัน 10 ดอก ล้างให้สะอาดแล้วนำไปแช่ในเหล้าขาวนิดหน่อย โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นขยี้ดอกอัญชันที่ผสมกับเหล้าขาวให้ละเอียด แล้วนำมากรองเอาแต่น้ำ นำไปชโลมให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง อาจจะนานสักหน่อยแต่ได้ผลดีแน่นอน แล้วจึงค่อยล้างออกให้สะอาด หากทำเช่นนี้เป็นประจำจะเป็นสูตรการปลูกผมได้อย่างดีเลยทีเดียว

3. สูตรหมักผมสวยด้วย ดอกอัญชัน + น้ำมันมะกอก ดอกอัญชัญหมักผมสูตรนี้เป็นการรวมตัวกันของสุดยอดสมุนไพรบำรุงผม วิธีการทำสูตรนี้ง่ายมาก แค่นำดอกอัญชันมา 15 ดอก ล้างให้สะอาด แล้วนำมาบดเอาแต่น้ำดอกอัญชันเข้มข้น เมื่อได้น้ำอัญชันมาแล้วก็นำมาผสมกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา จากนั้นนำไปชโลมให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือมากกว่านั้นก็ได้ถ้ามีเวลา จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแบบนี้ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ผมของคุณจะเงางาม ดูมีสุขภาพผมดีจนใครๆ ก็ต้องอิจฉา

4. สูตรหมักผมสวยด้วย ดอกอัญชัน + โยเกิร์ต สูตรนี้เป็นสูตรที่เหมาะกับคนมีอายุสักหน่อย แต่เราต้องไม่ยอมแก่ตามอายุแน่นอน เริ่มจัดการกับปัญหาผมหงอกกันด้วยดอกอัญชัญหมักผมสูตรนี้เลย เพียงคุณนำดอกอัญชันมาสัก 1 กำมือ ล้างให้สะอาด แล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ปัญหาผมหงอกของคุณก็จะดีขึ้น ทีนี้ยังไงก็ยังเด็กอยู่ชัวร์

5. สูตรหมักผมสวยด้วย อัญชัน + น้ำมะกรูด + กะทิ สูตรนี้แม้ว่าจะมีส่วนผสม 3 อย่าง แต่วิธีทำก็ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงนำดอกอัญชันมาคั้นให้ได้น้ำดอกอัญชัญประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ เช่นเดียวกันก็นำมะกรูดมาคั้นให้ได้น้ำมะกรูด 3 ช้อนโต๊ะ และใช้หัวกะทิอีกครึ่งถ้วยตวง ผสมทั้ง 3 อย่างให้เข้ากันดี แล้วนำไปชโลมให้ทั่วศีรษะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วจึงล้างออก สูตรนี้สามารถจัดการได้ทั้งปัญหาผมหงอกก่อนวัย และผมแห้งเสีย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

จากสูตรหมักผมด้วยดอกอัญชันที่ได้นำเสนอมาทั้ง 5 สูตรนั้น สามารถจบได้ทุกปัญหา ทั้งผมบาง ผมหงอก ผมแห้ง เพราะฉะนั้นใครมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเส้นผมก็สามารถเลือกใช้กันได้ ของดีๆ อยู่ริมรั้วแบบนี้ไม่ควรพลาด รีบไปเก็บอัญชันมาเนรมิตเส้นผมสวยกันเดี๋ยวนี้เลยนะค่ะ!


ประโยชน์ของถั่วที่ควรรู้

ถั่วมีหลากหลายชนิด ให้เราเลือกรับประทาน และแต่ละชนิดก็มีประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารแตกต่างกันไป

ถั่วเหลือง
เป็นพืชที่มีสารอาหารสูงที่สุดในบรรดาเมล็ดพันธุ์ทั้งหมด และสามารถนำมารับประทานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นถั่วงอก เต้าหู้ เทมเป้ โยเกิร์ต แป้ง นม มิโซะ และซีอิ๊วขาว ถั่วเหลืองช่วยควบคุมอาการที่เกี่ยวเนื่องกับการหมดประจำเดือนทั้งยังช่วยป้องกัน มะเร็ง ในถั่วเหลืองยังอุดมด้วยวิตามินอีที่คอยต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินบีที่มีบทบาทในการบำรุงระบบประสาทและช่วยร่างกายต่อสู้กับความเครียด

ถั่วลันเตา
เป็นถั่วที่มีมากด้วยปริมาณวิตามินบี ช่วยรักษาระดับพลังงานและสร้างเนื้อเยื่อประสาทและกล้ามเนื้อ ใยอาหารสูงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และการย่อยมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีวิตามินบี 5 ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และวิตามินซีต้านอนุมูลอิสระ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์
เป็นแหล่งของวิตามินบี ที่ช่วยรักษาเส้นประสาทและเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อของร่างกาย ตลอดจนเสริมความต้านทานต่อความเครียด และยังมีแร่ธาตุสำคัญสำหรับสุขภาพภูมิคุ้มกัน รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระซีลีเนียมที่จำเป็นต่อการผลิตแอนติบอดี และสังกะสีซึ่งใช้ต่อสู้กับไวรัส ยับยั้งเซลล์มะเร็ง แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

อัลมอนด์
อัลมอนด์ เป็นแหล่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง ในอัลมอนด์ 100 กรัม จะมีวิตามินอี 24 มิลลิกรัม และยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุแคลเซียมที่ป้องกันไวรัสได้อีกด้วย อัลมอนด์ยังมีเลทริลที่เชื่อว่าเป็นสารประกอบที่ต่อสู้กับเนื้องอกได้อย่าง มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีสังกะสีสูง ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ภูมิคุ้มกันและทำให้แผลหายเร็ว อัลมอนด์เต็มไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ให้คุณค่าทางสารอาหาร จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้

ถั่วมีผลดีต่อโรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีสาเหตุจากพันธุกรรมและพฤติกรรม พฤติกรรมที่สำคัญได้แก่ การออกกำลังกาย อ้วน และการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารหวาน มัน เค็ม แต่อาหารที่สามารถป้องกันโรคหัวใจโดยเฉพาะถั่ว เช่น ถั่ว almonds, walnuts, hazelnuts และ macadamias หากรับประทานประจำจะลดอุบัติการณ์ของ โรคหัวใจได้ร้อยละ 30-50

ถั่วกับโรคอ้วน
แม้ว่าถั่วจะมีส่วนประกอบสำคัญคือไขมัน แต่การรับประทานถั่วโดยยึดหลักการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกำหนดมิให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็น ทั้งนี้ ปริมาณไขมันที่มีในถั่ว fiber ที่อยู่ในถั่วจะทำให้คนที่รับประทานอาหารอิ่ม ไม่อยากรับประทานอาหารอื่น โดยมีการศึกษาถึงผลการรับประทานถั่ว Almond พบว่าการรับประทานถั่วนี้ไม่ทำให้น้ำหนักหรือระดับคอเรสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น เนื่องจากไขมันบางส่วนไม่ถูกดูดซึม

เราจะเพิ่มการรับประทานถั่วได้อย่างไร
การรับประทานถั่วมากพอประมาณจะช่วยป้องกันโรคดังกล่าว ดังนั้นการวางแผนรับประทานอาหารจำพวกถั่วจึงมีความจำเป็นทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้อ้วน โดยเราอาจจะรับประทานถั่วเป็นอาหารว่าง เราจัดถั่วเป็นอาหารหมวดที่ให้โปรตีน ดังนั้นหากรับประทานอาหารพวกถั่วจะต้องลดพวกเนื้อสัตว์ลงตามส่วน ลดไขมันอื่นที่ไม่จำเป็น เช่น น้ำสลัดใช้อย่างใสที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงของทอด หลีกเลียงกะทิ


น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

108404686
1. น้ำแครอท – อุดมไปด้วยแคลเซียม โปแตสเซียม และแมกนีเซียมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงแคโรทีนที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอภายในร่างกายมนุษย์และดูดซึมไปใช้ได้ทันที น้ำแครอทยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยป้องกันและต่อต้านโรคมะเร็งได้

2. น้ำบีทรูท – มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง อุดมด้วยโปแทสเซียม เหล็ก วิตามินซี และแมกนีเซียม ช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีอาการสูญเสียความทรงจำและสมาธิสั้น และยังช่วยลดความเสียหายของร่างกายในผู้หญิงที่มีปัญหาปวดประจำเดือนอีกด้วย

 

3. น้ำแคลนเบอรี่ – มีวิตามินซีสูง เป็นที่รู้จักกันดีว่าน้ำแคลนเบอรี่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เป็นปัญหาของผู้หญิงทั่วโลก สามารถนำไปปั่นกับกล้วยหอมเพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และล่าสุดยังพบว่าน้ำแคลนเบอรี่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชิ้ออีโคไลที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้


ผักหวาน

 

ประเภทของผักหวานผักหวานมี 2่ประเภท ดังนี้

1. ผักหวานบ้าน (EUPHORBIACEAE:Sauropus abicans) ลักษณะเป็นไม้พุ่มต้นเล็ก ต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ใบคล้ายใบมะยม แต่มีนวลขาว บนหน้าใบ ดอกเล็กเป็น ช่อสีแดง ขาว ผลขนาดเล็ก มีสีเขียวอ่อน จานรองผลมีสีแดงเข้มติดห้อยย้อยตามกิ่งใต้ผักหวานบ้านเป็นพืชที่ปลูกง่ายนิยมใช้ต้นอ่อนมาปลูกในสวน ตามพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมรั้วบ้านหรือที่ใกล้แหล่งน้ำ
2. ผักหวานป่า (OPILLACEAE :Melientha suavis) เป็นผักพื้นบ้านของไทยที่ขึ้นเองตามป่าราบ มีทุกภาคในประเทศไทย ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อมถึงขนาดกลางใบใหญ่ยาวคล้ายใบมะตูมผิวขาวนวล ผลกลม ขนาดเล็ก สีแดง ใบอ่อน ใช้รับประทานได้ เช่น ใบผักหวานบ้าน แต่รสหวานดี และมีราคาแพงกว่าผักหวานบ้าน การบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสดๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมา เป็นไข้ และอาเจียนได้

การเก็บใบผักหวานป่าไปรับประทาน ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีต้นไม้ อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า “ต้นเสน” เป็นไม้ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับต้นผักหวานมาก ลำต้นออกมีสีหม่นๆ และใบหนากว่ากันเล็กน้อย ใบต้นเสนถ้ารับประทานเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้อาเจียน คอแห้ง อ่อนเพลีย หมดสติ ถ้ากำลังน้อย อาจตายได้

คุณค่าทางโภชนาการของผักหวาน

ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการของผักหวานทั้ง 2 ชนิดคล้ายคลึงกัน จัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามินซี บีตา-แคโรทีนซึ่งช่วยในการมองเห็น บำรุงสายตา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง และมีใยอาหารช่วยในการขับถ่าย

ยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ให้พลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) ประกอบด้วยสารอาหารสำคัญคือ

น้ำ 76.6 กรัม

โปรตีน 8.2 กรัม

คาร์โบไฮเดรต 10 กรัม

ใยอาหาร 3.4 กรัม

เถ้า 1.8 กรัม

บีตา-แคโรทีน 1.6 มิลลิกรัม

วิตามินซี (vitamin C) 115 มิลลิกรัม

สรรพคุณของผักหวานป่า

ผักหวานป่าเป็นเครื่องยาไทยจำพวกผัก จะใช้ส่วนรากมาทำยา รากมีรสเย็น สรรพคุณ แก้ไข้ แก้ดีพิการ แก้เชื่อมมัว แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้กระสับกระส่าย พบว่าผักหวานป่าจัดเป็นทั้งอาหารและยาประจำฤดูร้อน แก้อาการของธาตุไฟได้ตามแพทย์แผนไทย ส่วนยอดนิยมนำมาปรุงอาหาร มีรสหวานกรอบ ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำ และระบายความร้อนหรือใช้ปรุงเป็นยาเขียวเพื่อลดไข้ ลดความร้อน ปัจจุบันพบว่ามีการนำมาพัฒนาแปรรูปด้วยการทำแห้ง (dehydration) เป็นชาผักหวานป่า เป็นเครื่องดื่มชาสมุนไพร

การใช้เป็นอาหาร

ส่วนยอด และใบอ่อน และช่อผลอ่อน ของผักหวานทั้งสองชนิด มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อยนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น ต้มจิ้มน้ำพริกหรือแจ่ว ผัด อ่อม แกงใส่หน่อไม้ หรือแกงเปรอะ แกงเห็ด แกงเลียง แกงจืด ผัดผัก ยำผัก โดยเฉพาะแถวทางภาคอีสานและภาคเหนือนั้น จะนิยมแกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง แกงใส่ปลาแห้ง

ผลแก่ของผักหวานอาจลอกเนื้อทิ้ง นำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน

 


COCKATIEL (นกค๊อกคาเทล)

นกค็อกคาเทลเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามที่กำลังได้รับความนิยมเลี้ยง จนฟาร์มนกผลิตลูกนกไม่ทันขาย เสน่ห์ของนกค็อกคาเทลอยู่ที่ความเชื่อง ฝึกให้บินอิสระแล้วกลับมาหาเจ้าของได้

เมื่อพูดถึง นกที่มีเอกลักษณ์สายพันธุ์เล็ก อีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน นั่นก็คือ นกค๊อกคาเทล มีลักษณะหงอนที่สวยงาม และองค์ประกอบของนกที่ดูสง่า น่าเป็นเจ้าของ สำหรับนกค๊อกคาเทลแล้วมีลักษณะนิสัยไม่ค่อยต่างจากแอฟริกันเกรย์ คือชอบท่องเที่ยว ออกข้างนอกห้องกับเจ้าของของมัน และชอบไซร้ขนให้ตัวเอง แต่จะไม่ชอบยืนบนมือผู้อื่น ค๊อกคาเทลเมื่อถูกฝึกมานั้น สามารถมีปฎิสัมพันธ์กับเจ้าของได้อย่างดีเยี่ยม โดยลักษณะทั่วไปนกค๊อกคาเทลขึ้นชื่อในเรื่องของความเงียบสงบ และจะตอบกลับการเรียกของเจ้าของบ้าง แล้วแต่สถานการณืความสนใจของนกในช่วงนั้นๆ ฉะนั้นจึงไม่แปลกสำหรับเจ้าค๊อกคาเทลที่ส่วนใหญ่ผู้ที่อยู่หอพัก จะนิยมนำไปเลี้ยงกัน
ค๊อกคาเทลเมื่อเจ้าของฝึกนกมาเป็นอย่างดีแล้ว สามารถเลียนแบบเสียงต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงปลุกนาฬิกา เสียงริงโทน ซึ่งต้องอาศัยการให้นกได้ฟังบ่อยๆ นอกจากนั้นผู้ฝึกที่ต้องการนำไปปล่อยบินอิสระจะต้องให้ความสำคัญกับการปล่อยค๊อกคาเทลคือ เนื่องด้วยเป็นนกที่ค่อนข้างจะตกใจง่าย ฉะนั้นถ้ามีสถานการณ์ที่ทำให้นกตกใจระหว่างการบิน อาจจะทำให้นกพลัดหลงไปมันจะเป็นปัญหาของผู้เลี้ยงปล่อยบินอิสระ ฉะนั้นการปล่อยค๊อกคาเทลเพื่อบินอิสระ ควรจะต้องฝึกนกให้แม่นยำ สำหรับการบิน การเรียกกลับและ การคุ้นชินกับสถานการณ์ที่อาจจะทำให้นกตกใจได้ ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ

สำหรับสีสันของนกค๊อกคาเทล แบ่งออกตามลักษณะของสีแก้มของนก ดังนี้

1. White Face ไว้ท์ เฟสหรือแก้มขาว เป็นลักษณะของยีนส์ recessive gene เมื่อต้องการลูกที่มีลักษณะหน้าขาว จะต้องผสมเข้ากับหน้าขาวที่เกิดจากพ่อและแม่หน้าขาวด้วย ฉะนั้นการได้ผลผลิตมาต้องใช้ องค์ความรู้ในการผสมออกมา (ปัจจุบัน ฟาร์มมีทั้งหมด ประมาณ 6 คู่)

2. แก้มสีสีม เป็นลักษณะของยีนส์เด่นหรือ Dominant Gene เป็นลักษณะเด่นตามธรรมชาติของนกค๊อกคาเทล ถ้าต้องการให้มีแก้มสีส้ม การผสม เพียงแค่มีพ่อหรือแม่เป็นแก้มส้มก็ให้ผลผลิตออกมาได้แล้ว

3.แก้มสีพาสเทล ถือได้ว่าเป็นลูกครึ่งระหว่าง แก้มขาวกับแก้มส้ม ที่มีลักษณะของแก้มที่ความเข้มลดลง เป็นลักษณะสีพาสเทล (อ่อนลงไป)

4. แก้มเหลือง ในเมืองไทย มันจะพบค๊อกคาเทลแก้มเหลืองและตัวเหลืองด้วย สำหรับการผสมเพื่อให้ได้แก้มเหลืองนั้น จะขึ้นอยู่กับตัวผู้เป็นหลักในการผสม เพื่อให้ได้ลูกเป็นแก้มเหลือง


“พีที”จับมือแข้งประจวบฯ มอบหมวกกันน็อคให้เยาวชน


บ.พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จับมือ พีที ประจวบ เอฟซี จัดกิจกรรมขับขี่ปลอดภัย “Wear Your Helmet By PT” พร้อมมอบหมวกกันน็อคให้เยาวชนที่มาร่วมงาน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ที่ ห้องประชุมองค์การบริหารจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการจัดกิจกรรมขับขี่ปลอดภัย “Wear Your Helmet By PT” บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) , สโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี และ เปิดอบรมให้เยาวชนเรียนรู้และเข้าใจกฎจราจร พร้อมมอบหมวกกันน็อคให้นักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ที่เข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 300 คน
นอกจากนี้ทัพนักเตะ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ทำเซอร์ไพร์สด้วยการออกมาเดินแบบ เรียกเสียงเฮฮาให้ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ประธานสโมสร พีที ประจวบ เอฟซี กล่าวว่า “เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทางพีทีมายื่นเจตนาอันดีให้กับเยาวชน ซึ่งทางเราต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งผมหวังว่าเราจะร่วมกันสร้างกิจกรรมดีๆแบบนี้ต่อไปอีกในอนาคต”
ขณะที่ ฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ พีที ได้มีส่วนรวมกับกิจกรรมสร้างความปลอดภัยให้กับเยาวชน เพราะเยาวชนถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ กิจกรรมนี้ถือเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักการขับขี่อย่างปลอดภัยและ รู้จักกฎจราจรมากยิ่งขึ้น”

สำหรับสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี ปัจจุบันรั้งอันดับ 2 ของศึก เอ็ม 150 แชมเปี้ยส์ชิพ 2017 แข่ง 16 เกมมี 31 คะแนน มีลุ้นเลื่อนชั้นขึ้นไทยลีกในฤดูกาลหน้า


เป็นทางการ! “เมืองทอง” แถลงเปิดตัว 2 แข้งใหม่สู้ศึกเลกสอง


“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรแชมป์ไทยลีก เดินหน้าเสริมทัพสู้ศึกเลกสอง ด้วยการคว้าสองแข้งใหม่เข้ามาสู่ทีม โดยได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา

โดยทางสโมสรได้คว้าตัว ประกิต ดีพร้อม กองกลางจาก “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี และ เลอันโดร อัสซัมเซา กองกลางชาวบราซิลของ ศรีสะเกษ เอฟซี มาร่วมทัพเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งนักเตะใหม่ทั้งสองราย ได้ร่วมฝีกซ้อมกับทีมต่อทันที และเตรียมจะรับใช้ต้นสังกัดใหม่ทันทีในช่วงการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ในช่วงเลกสอง