อุทาหรณ์!ลืมล็อกเอาท์เฟซฯ ถูกสวมรอยโพสต์อยากยิงตร.

ลืมล็อกเอาท์ออกเฟซบุ๊ก จนได้เรื่อง ถูกโจ๋สวมรอยโพสต์รูปปืนท้าทายอยากยิงตำรวจ แชร์สนั่นโซเชียล เจ้าของเฟซบุ๊กตัวจริงเต้นโร่แจ้งความ โปลิศ”ชี้ เข้าข่ายผิด พรบ.คอมพิวเตอร์
แฮก-เกอรเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่โพสต์ภาพอาวุธปืนพร้อมข้อความท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เกิดกระแสในโลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อความที่ไม่เหมาะสมที่ท้าทายอำนาจหน้าที่ตำรวจ
หลังจากนั้นเพจเฟซบุ๊ก @“คำโดนๆ!!กะคนแรงๆ” ออกมาเปิดเผยว่า เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากถูกสวมรอยเฟซบุ๊กจากบุคคลไม่ทราบชื่อ เพราะตัวเองลืมออกจากระบบเฟซบุ๊กที่เข้าระบบไว้ในร้านอินเตอร์เน็ต
ขณะที่ผู้สวมรอยใช้เฟซบุ๊กได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุข้อความว่า “พี่เจ้าของเฟซนี้ครับ ผมขอโทษนะ ผมผิดเองที่สร้างความเดือนร้อนให้กับพี่ เดี๋ยวผมลบรูปให้นะครับ อยากเอาเรื่องผมนะ รหัสนี้มันค้างไว้ร้านคอมร้านหนึ่งครับ อย่าเอาเรื่องผมเลยผมยังเด็กอยู่คับทำไปโดนไม่รู้ว่าพี่เจ้าของเฟซจะเป็นแบบนี้ขอโทษจริงครับ”

พ.ต.อ.โอฬาร สุขเกษม ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดเผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานการเข้าถึงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ โดยปกติแล้วมีโทษตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ด้วยการนำเข้าข้อมูลเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิด 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้พิจารณาโทษอื่นประกอบตามข้อเท็จจริงประกอบ เช่นเดียวกับการโพสต์ภาพอาวุธปืน ที่พิจารณาวัตถุประสงค์การโพสต์ การโพสต์ท้าทายอำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการ แต่หากไม่เข้าข่ายความผิดก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพ

“สำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตต้องมีความระมัดระวังการกระทำใดที่อาจเกิดผลกระทบต่อเนื่อง เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายที่รวดเร็ว อาจสร้างความเสียหายได้ กรณีการที่มีการใช้บริการร้านอินเตอร์เน็ตในร้านคอมพิวเตอร์แล้วลืมออกจากระบบและเกิดการสวมรอยใช้งาน หากคิดว่าเกิดผลกระทบรุนแรง สามารถแจ้งความดำเนินคดีแถลงข้อเท็จจริงต่อเจ้าพนักงานได้ ไว้เป็นหลักฐานในสิ่งที่ผู้เดือดร้อนไม่ได้กระทำผิด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนต่อไปว่าใครเป็นผู้กระทำ” พ.ต.อ.โอฬาร กล่าว